การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer) มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

📣การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer) มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

การย้ายตัวอ่อน Embryo Transfer (ET) จะทำหลังจากเซลล์ไข่ปฎิสนธิกับสเปิร์มเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถย้ายได้ตั้งแต่ตัวอ่อนระยะวันที่ 2 ถึงวันที่ 5 (Blastocyst) ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ในแต่ละราย ซึ่งเป็นการย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh ET)

แต่ในรายที่ไม่สามารถย้ายได้ในรอบสดเพราะ
👉มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS)
👉รอผลคัดกรองโครโมโซมในคู่สามีภรรยาที่มีความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม
👉ไม่สะดวกต่อการย้ายตัวอ่อนในรอบสด

สามารถตัดสินใจย้ายตัวอ่อนในรอบแช่แข็งได้ (Frozen-thawed ET) โดยไม่มีผลในการลดอัตราการฝังตัวของตัวอ่อน (Implantation Rate) อัตราการตั้งครรภ์ (Clinical Pregnancy Rate) และอัตราการคลอดมีชีพ (Live Birth Rate) หรือเพิ่มอัตราการแท้ง (Miscarriage Rate)

👉อย่างไรก็ตาม..การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งในสตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ให้ผลดีกว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบสด รวมถึงข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ (Evidence base medicine) ชนิด Systematic review และ Meta-analysis ในสตรีที่มีอายุระหว่าง 27-33 ปี พบว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบแช่แข็งให้อัตราการตั้งครรภ์ (Clinical and ongoing Pregnancy Rate) ดีกว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบสด 32% และ 31% ตามลำดับ และอัตราการแท้งมีแนวโน้มน้อยกว่าการย้ายรอบสดแต่ยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

🔴#ขั้นตอนกระบวนการการย้ายตัวอ่อนเป็นอย่างไร❓

การย้ายตัวอ่อนทั้งในรอบสด และรอบแช่แข็งเหมือนกัน ต่างกันที่วิธีการเตรียมโพรงมดลูกก่อนการย้าย

✅#การย้ายตัวอ่อนรอบสด

จะย้าย 2-5 วันหลังการเก็บไข่โดยการย้ายผ่านสายย้ายตัวอ่อนและใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยในการกำหนดตำแหน่งที่จะใส่ตัวอ่อน การย้ายตัวอ่อนไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ภายหลังการย้ายตัวอ่อนจะใช้ฮอร์โมนชนิดโปรเจสเตอโรนธรรมชาติ (Natural Progesterone) เพื่อพยุงการตั้งครรภ์ อาจเป็นชนิดเม็ด ชนิดเจลล์ สอดช่องคลอด รับประทานหรือให้ทั้งสองชนิดร่วมกัน

✅#การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง มี 2 วิธีคือ

1. การย้ายรอบธรรมชาติ (Natural Frozen-thawed Embryo Transfer)
จะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) จากรังไข่ในการเตรียมโพรงมดลูก ไม่มีการใช้ยาฮอร์โมนจากภายนอกในการเตรียม จึงต้องมีการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน และอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดเพื่อคาดการณ์วันไข่ตก เพื่อทำการย้ายตัวอ่อนตามระยะตัวอ่อนที่เลี้ยง

2. การเตรียมโพรงมดลูกด้วยยา (Artificial or Medicated Embryo Transfer)
เป็นการใช้ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) จากภายนอก เช่น ชนิดรับประทาน ทา แปะ หรือ สอดช่องคลอดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือร่วมกัน อาจมียาฉีดเพื่อกดการทำงานของรังไข่ชั่วคราวในรายที่เตรียมโพรงมดลูกยาก ก่อนเริ่มยาฮอร์โมนเอสโตรเจน

👉ในปัจจุบัน การเตรียมโพรงมดลูกในรอบธรรมชาตินั้น มีแนวโน้มให้ผลการตั้งครรภ์ที่เท่ากันหรือสูงกว่า แต่ข้อมูลยังไม่สรุปแน่ชัด ข้อมูลจากวารสารทางการแพทย์ ตีพิมพ์ในปี 2013
พบว่าการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งในรอบธรรมชาติ ให้อัตราการตั้งครรภ์ (Clinical Pregnancy Rate and ongoing Pregnancy Rate) และอัตราการคลอดมีชีพ (live birth rate) ที่สูงกว่าการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งโดยการเตรียมโพรงมดลูกโดยฮอร์โมนจากภายนอก แต่ยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *