คัมภีร์อาหาร ที่คนอยากท้องต้องกิน

1. #ไข่

จะไข่เป็ด หรือไข่ไก่ ก็ได้ คุณค่าทางอาหารไม่แตกต่างกันมาก หรือจะทานสลับๆ กันก็ดีค่ะ เค้าว่ากันว่าไข่เป็ดเปลือกเขียวบำรุงคนท้องดีนักแล..แต่เขานี่คือใคร?! 😅 เอาเป็นว่าทานสลับสลับกันก็ได้ค่ะ ไม่ต้องไปซีเรียสว่าจะต้องเป็นไข่เป็ดเปลือกเขียวเท่านั้น

ช่วงก่อนท้องให้ทานเป็นไข่ต้มวันละ 1-2 ฟอง ทุกวันเลยค่ะ เช้า 1 เย็น 1 #กินไข่บำรุงไข่ ไข่ของว่าที่คุณแม่จะได้สมบูรณ์ใบโต ขนาดถึงเกณฑ์ (18-20 mm ในวันไข่ตก) พร้อมผสมกับสเปิร์มของว่าที่คุณพ่อไงล่ะคะ 😊✌️

แถมกินไข่เป็นประจำยังช่วยเรื่องความหนาของผนังมดลูกให้พร้อมแก่การฝังตัวของตัวอ่อนด้วยค่ะ เพราะไข่ให้โปรตีนสูงช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อและโปรตีนก็ยังเป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนไงละคะ

แต่ถ้าท้องแล้ว ให้ลดปริมาณลง โดยทานวันละ 1 ฟอง หรือทานวันเว้นวัน ก็เพียงพอค่ะ ไม่ต้องโด๊ปทุกวันเหมือนช่วงก่อนท้อง… เว้นแต่ลูกมีน้ำหนักตัวน้อย คุณหมออาจจะให้เพิ่มเป็น 2 ฟองได้

คนท้องไม่ควรโด๊ปไข่เยอะเกินไปนะคะ อาจทำให้ลูกมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพ้ไข่ได้ เอาเป็นว่าทานให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาจะเป็นการดีที่สุดค่ะ😊

ไข่ จัดว่าเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนที่มีคุณค่าต่อร่างกาย หาทานได้ง่ายและมีราคาถูก ในไข่ขาวจะมีโปรตีนสูง และเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง คือ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่วนในไข่แดงจะมีสารอาหารหลายชนิด ได้แก่ โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ ไขมันในไข่แดงส่วนใหญ่จะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว รวมถึง omega-3 ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเหมือนไขมันในปลาแซลมอลและปลาทะเล ซึ่งมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและจอประสาทตาของลูกน้อย ส่วนคลอเรสเตอรอลจะมีเฉพาะใน ไข่แดง ไม่มีใน ไข่ขาว
ถ้าว่าที่คุณแม่คนไหนที่มีโรคประจำตัวก็ให้ลดปริมาณการทานไข่ลงค่ะ หรือทานตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

🛒สั่งของบำรุงแบบครูก้อย แอดไลน์นี้เลยค่า👉 https://lin.ee/fBa4xkz

 

2. #นมอัลมอนด์

มีโฟเลตสูง เป็นที่ทราบกันดีว่าโฟเลตนั้นสำคัญมากสำหรับว่าที่คุณแม่ที่วางแผนจะตั้งครรภ์เพราะโฟเลทจะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดลดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และการไม่ปิดตัวของไขสันหลังตั้งแต่กำเนิดได้ ซ้ำยังเป็นนมที่โปรตีนสูง (เพราะอัลมอนด์จัดเป็นถั่ว) แคลลอรี่ต่ำ มีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก ไม่ต้องกลัวอ้วนค่ะ😊

นมอัลมอนด์มีแคลเซียมสูง ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนของคุณแม่เมื่อตั้งครรภ์ ซ้ำยังช่วยสร้างกระดูกเล็บฟันให้กับทารกในครรภ์อีกด้วย

ในนมอัลมอนด์วิตามินอีสูง ทราบกันว่าวิตามินอีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยป้องกันเซลล์เหมือนเป็นเกราะป้องกันเซลล์จากอนุมูลอิสระต่างๆ ดังนั้นวิตามินอีจึงมีผลทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์แข็งแรงและลดภาวะการเป็นหมันได้ด้วย ซึ่งการดื่มนมอัลมอนด์ วันละหนึ่งแก้วก็เพียงพอต่อความต้องการวิตามินอีในแต่ละวันค่ะ

ข้อดีอื่นๆ ของนมอัลมอนด์
– ย่อยง่ายกว่านมวัว
– วิตามินอีสูง บำรุง ผม ผิว เล็บ ฟัน
– มีวิตามินบี 17 เป็นสารต้านมะเร็ง
– เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ไม่เป็นภาระต่อร่างกาย และไขมันในนมอัลมอนด์ เป็นไขดีซึ่งบำรุงสมองของลูกน้อย
– ลดคอเรสเตอรอล
– ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
– มีสารแห่งความสุข ชื่อว่า “ไนอาซีน” ซึ่งเป็นสารที่ทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายและคนที่เป็นคุณแม่อยู่เมื่อได้รับสารนี้ก็จะรู้สึกสบายผ่อนคลายมีผลต่ออารมณ์ของลูกในครรภ์ค่ะ
– มีวิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
– มีแคลเซียมและแมกนีเซียม มากกว่านมวัว

🛒สั่งของบำรุงแบบครูก้อย แอดไลน์นี้เลยค่า👉 https://lin.ee/fBa4xkz

 

3. #อะโวคาโด

มีโปรตีนชนิดย่อยง่าย และไขมันดี (HDL) ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์อย่างมากต่อการเจริญเติบโตของทารก นับเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่คนวางแผนท้องรวมถึงคุณแม่ที่ท้องแล้วควรซื้อติดบ้านไว้…

ซึ่งก็หลายคนอาจจะไม่เชื่อ เพราะมันเป็นผลไม้ที่น่าจะมีไขมันสูงมาก และน่าจะต้องงดเว้นหนีห่าง เพราะคุณแม่ในช่วงนี้ต้องระวังในเรื่องน้ำหนักไม่ให้มากเกินไปซึ่งส่งผลต่อโรคอื่นๆ ที่จะตามมา ดังนั้นจึงไม่อยากทานอะไรมันๆ แบบผลไม้ชนิดนี้ แต่จริงๆ แล้วจากงานวิจัยของนักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์การอาหารหลายสำนัก ระบุตรงกันว่า อะโวคาโด ไม่ทำให้อ้วน เพราะในเนื้อผลอะโวคาโดประกอบด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 4-20% แล้วแต่พันธุ์ โดยกรดไขมันในอะโวคาโด ร้อยละ 70 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด monounsaturater fatty acid ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ เป็นไขมันดี หรือเรียกว่า เป็นไขมันอิ่มตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยในการขจัดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีให้ออกไปจากร่างกายด้วย

#อะโวคาโดมีประโยชน์กับคนท้องและลูกน้อยอย่างไร?

เมื่อเทียบกับผลไม้อื่น จากงานวิจัยของนักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์การอาหารหลายสำนัก ระบุว่า อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นอยู่หลายชนิด จึงถือว่าเป็น “ผลไม้เพื่อสุขภาพ” ซึ่งนี้ เป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป

อะโวคาโด มีสารกลูตาไธโอน ที่มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วนโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
วิตามินสูง ประกอบด้วย วิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบีช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน และโดยเฉพาะวิตามินอี ซึ่งเป็นสาร antioxidant ที่มีคุณค่าในการปกป้องเซลล์ร่างกายจากมลพิษทางอากาศ น้ำ และอาหาร (รวมถึงปกป้องเซลล์ไข่ของคุณแม่ด้วยค่ะ) ทั้งยังป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และโรคหัวใจ

อะโวคาโดอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโซเดียม โพแทสเซียม และยังมี #โฟเลตสูง ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ คนวางแผนท้องควรทานมาก่อนเนิ่นๆ เพราะโฟเลตเป็นสารอาหารที่ช่วยป้องกันการเกิดการพิการตั้งแต่เริ่มสร้างร่างของตัวอ่อน ซึ่งอะโวคาโดถ้วยเดียวเท่ากับสารอาหารโฟเลตที่ร่างกายของเราทุกคนต้องการต่อวัน
อย่างไรก็ตาม อะโวคาโดสามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้นและรักษาหัวใจของคุณให้แข็งแรงได้

อะโวคาโดเหมาะกับคนวางแผนท้องและคนท้อง
เพราะอะโวคาโดอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นไขมันที่ย่อยง่าย มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถทานผลไม้ชนิดนี้ได้ อีกทั้งยังช่วยในการควบคุมน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ อาจมีอาการเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อันเป็นหนึ่งในอาการที่น่ากังวลในกลุ่มครรภ์เป็นพิษ และถ้าหากมีน้ำตาลในเลือดมากก็จะส่งผลให้ไข่ของว่าที่คุณแม่ไม่สวย คุณภาพไข่ไม่ดีซึ่งจะส่งผลให้ติดลูกยากด้วยนะคะ

อะโวคาโดมีกากใยสูงช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังท้องผูกอยู่ ช่วยขับถ่ายดีขึ้น

ในอะโวคะโดมีทั้ง โอเมก้า3 และโอเมก้า6 ที่มีส่วนช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทได้ดีไม่แพ้ปลาทะเลน้ำลึก โดยมีงานวิจัยชี้ชัดว่า การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำช่วยป้องกันการเสื่อมของสมองและระบบเส้นประสาท และควรทานควบคู่กับอาหารอื่นๆ ให้หลากหลาย

โดยวิธีการรับประทานนั้นจะทานผลที่สุก เพราะผลดิบที่มีสีเขียวจะมีรสขม และรสขมนั้นอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ แนะนำให้ทานปริมาณครั้งละไม่เกิน ครึ่งผล หรืออย่างมากที่สุดไม่เกิน 1 ผลต่อวัน เพราะถึงจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ให้พลังงานสูงเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า รสชาติจืดๆ เนื้อเนียนๆ และคุณค่าสารอาหารที่อัดแน่น ทำให้อะโวคาโดเหมาะที่จะเป็นอาหารเสริมชนิดแรกของทารก ซึ่งผลวิจัยชี้ว่า อะโวคาโดดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารก โดยในครั้งแรกที่ป้อนอะโวคาโดให้ลูกน้อย ยังไม่ควรบดรวมกับผลไม้อื่นๆ เพื่อดูว่าจะเกิดอาการแพ้อะโวคาโดหรือไม่ หากไม่มีอาการแพ้สามารถบดหรือปั่นรวมกับกล้วย แอปเปิ้ล ไข่แดง ฟักทอง มะม่วงสุก หรืออื่นๆ ได้ตามต้องการค่ะ

ปกติก้อยมันจะทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะโดยทานครั้งละ 1 ผล ทานสดๆบ้าง หรือบางครั้งก็นำมาปั่นกับนมอัลมอนด์บ้างค่ะ😊

ของดีมีประโยชน์ว่าที่คุณแม่ต้องทานไว้เนิ่นๆ ตั้งแต่ก่อนท้องนะคะ เพราะพอเราท้องเมื่อไหร่ลูกก็จะได้นำสารอาหารดีๆเหล่านี้ไปใช้ในการเจริญเติบโตเป็นทารกอย่างสมบูรณ์ต่อไปค่ะ

 

4. #โฟลิค

โฟลิคในที่นี้คือเป็นเม็ดๆนะคะ คนที่วางแผนจะมีลูกควรได้รับไม่ต่ำกว่า 400-500 ไมโครกรัมต่อวัน และไม่เกิน 1000 ไมโครกรัม/วัน

สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและกำลังคิดจะมีลูก ควรวางแผนครอบครัว ซึ่งเป็นการวางแผนเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการกินกรดโฟลิค ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน และกินต่อไปอีก 3 เดือนหลังตั้งครรภ์แล้ว จะมีประโยชน์ช่วยลดความพิการของทารกได้ แม้ความเสี่ยงจะต่ำเพียง 1:1,000 ของการตั้งครรภ์ แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง

สำหรับการกินโฟลิคในช่วงที่ตั้งครรภ์แล้ว จะไม่มีผลต่อการป้องกันความพิการแต่กำเนิด ปากแหว่งเพดานโหว่ เนื่องจากการสร้างหลอดประสาทลิ้นกั้นปิดหัวปิดท้ายจะปิดเสร็จภายใน 28 วันหลังปฏิสนธิ (ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็ ประจำเดือนไม่มาถึงจะรู้ว่าตั้งครรภ์ มันก็เลยช่วงเวลานี้ไปแล้ว) เพราะแต่ละวันกลไกของธรรมชาติร่างกายคนจะถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วว่า จะสร้างอะไร ตอนไหน เมื่อเลยผ่านไปก็ไม่สามารถกลับมาสร้างซ้ำได้อีก

ว่าที่คุณแม่ที่ไม่ได้เสริมกรดโฟลิคก่อนตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะกรดโฟลิคจะมีในอาหารที่กินทุกวันอยู่แล้ว (แต่แน่ใจหรือไม่ว่าได้รับในปริมาณที่เพียงพอ) โดยพบมากใน ไข่ และผักใบเขียว

ถ้าคุณไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะขาดโฟลิคก็ไม่ต้องกังวลมาก และอีกเรื่องคือ ความผิดปกติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับภาวะขาดโฟลิคเพียงอย่างเดียว ยังมีสาเหตุอื่นๆด้วย เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งส่วนใหญ่ มาจาก ความไม่สมบูรณ์ของเซลล์ไข่

โฟลิคในท้องตลาดมีมากมาย หลายยี่ห้อค่ะ มีตั้งแต่ราคาหลักร้อย ถึงหลักเกือบๆหมื่น ควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง อายุ และปัญหาของแต่ละคน และที่สำคัญเลือกโฟลิคที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพดี ดูดซึมไปใช้ได้จริง

หลายคนถามว่า ทานโฟลิคตัวไหน ท้องง่ายที่สุด?
ต้องตอบว่า การทานกรดโฟลิกเป็นเพียงวิตามินที่บำรุงประสาท สมอง ไขสันหลัง และช่วยลดความเสี่ยงทารกพิการในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้คุณผู้หญิงท้องง่ายขึ้นแต่อย่างใดค่ะ
.
ควรบำรุงร่างกาย ด้วยอาหารโภชนาการสูง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การออกกำลังกาย ลดความเครียด รวมถึงเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อใช้เทคโนโลยีเจริญพันธุ์ช่วยแก้ปัญหา เช่น การฉีดเชื้อ (IUI) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)
.
🔴 มารู้จัก “กรดโฟลิค” กันค่ะ

โฟลิค (โฟเลต, โฟลาซิน) หรือวิตามินบี 9 เป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบี ที่ละลายในน้ำได้ คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อวิตามินบีซี (Bc) หรือวิตามินเอ็ม มีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (mcg)
.
กรดโฟลิคนั้นจำเป็นต่อร่างกาย เพราะมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง กรดนิวคลิอิก (กรดไรโบนิวคลีอิก และกรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก) ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญโปรตีนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์ กระบวนการใช้น้ำตาล และกรดอะมิโน
.
ผู้หญิงที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ และควรทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทานอาหารที่อุดด้วยกรดโฟลิคสูง เช่น ผักใบเขียว ไข่ อะโวคาโด้ บร๊อคโคลี่ ประเจี๊ยบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้รสเปรี้ยว ถั่วแดง ข้าวโพด รวมทั้งต้องทานกรดโฟลิก (Folic acid) ที่เป็นวิตามินเสริมก่อนตั้งครรภ์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และทานต่อเนื่องไปจนกระทั่งตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์
.
ผลการวิจัยพบว่า…การทานโฟลิกจะช่วยป้องกัน และลดปัญหาความผิดปกติของระบบประสาทของทารกในครรภ์

ครูก้อยขออนุญาตแชร์จากประสบการณ์ตรงของการทานโฟลิคเพื่อเตรียมตัวมีน้องมาตลอดระยะเวลา 1 ปีนะคะ
เริ่มปี 2560

ตัวที่ 1 : Blackmores Folic Acid 500 ไมโครกรัม (280กว่าบาท)

ตอนเริ่มต้นเริ่มแรกเลย..คิดจะปล่อยมีน้อง ก่อนปล่อยท้อง 3 เดือน ก้อยทานโฟลิคเพียวๆ 500 ไมโครกรัม ของ Blackmores ค่ะ ตัวนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ราคาหลักร้อย ถือเป็นตัวเบสิคที่สุดค่ะ เพราะไม่มีวิตามินรวมอื่นๆผสมอยู่เลย หากว่าที่คุณแม่ต้องการเพิ่ม ก็ต้องไปหามาทานเสริมแยกต่างหาก

ตอนนั้นทานตัวเดียวไม่ได้ทานตัวอื่นเสริมเลย ไม่ได้ดูแลอาหารการกินแบบปัจจุบันเลย เพราะไม่ได้คิดว่าเราจะท้องยาก ปล่อย 2 เดือน ติด! แต่แท้งไปตอนอายุครรภ์ 11 week หมอวินิจฉัยว่ามาจากความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน อันเนื่องมาจากไข่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้น 😱

2. Blackmores Conceive Well Gold (ราคา 1100 บาท)

Blackmore conceive well gold เป็นวิตามินยอดฮิตจากออสเตรเลีย สำหรับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์โดยเฉพาะ (ในนี้มีโฟลิคที่เพียงพอแล้ว และบวกเพิ่มซอฟท์เจลที่เป็น fish oil ให้ด้วยค่ะ) เพราะมันรวมเอาวิตามินทุกอย่างที่คนจะเป็นแม่ต้องการ ถือว่ากล่องเดียวจบ

สำหรับก้อยมองว่ามันเหมาะกับคนที่วางแผนจะมีลูกตามธรรมชาติค่ะ เพราะปริมาณความเข้มข้นของวิตามินยังไม่มาก
1 กล่อง ทานได้ 28 วัน ตัวนี้ไม่มีขายทั่วไปตามร้านขายยานะคะ ต้องสั่งซื้อจากร้านที่นำเข้าวิตามินคนท้องจากต่างประเทศ ทานมา 2 กล่องหลังแท้งค่ะ (ช่วงพักฟื้น) ก็เปลี่ยนตัวใหม่

3. Coast science กระปุกแดง นำเข้าจาก USA (ราคา 4000 บาท)

ถือว่าเข้าโปรแกรมบำรุงไข่ และเตรียมตัวตั้งครรภ์อย่างจริงจัง ก็ทานตัวนี้ค่ะ Coast science กระปุกแดง ในนี้มีโฟลิคถึง 999 ไมโครกรัม และมัลติวิตามิน เป็นโฟลิคที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่ เหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงอย่างเข้มข้นและไม่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่

ก้อยทานตอนก่อนที่จะเริ่มปล่อยมีน้องอีกครั้งหลังแท้งประมาณ 1 เดือน ทานติดต่อมา 2 กระปุก

วันที่หมอนัดอันตร้าซาวด์รังไข่ก็ยังแอบเห็นเป็นถุงน้ำเล็กๆรอบรอบบริเวณรังไข่อยู่ คือไม่มีไข่โตโดดเด่นแบบชัดเจน มีใบโตพอสมควร 1 ใบ แต่ก็ยังมีใบเล็กๆไปจิ๋วๆ ขึ้นมาด้วย ซึ่งจริงๆหมอบอกว่าในรังไข่แต่ละรอบเดือนควรที่จะมีไข่ใบโตโดดเด่นเพียงแค่ใบเดียว แต่ของก้อยเนี่ย มีไข่ใบจิ๋วจิ๋วขึ้นมาหลายใบด้วย ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าเกือบจะเข้าข่ายภาวะ PCOS ก้อยเลยเปลี่ยนโฟลิคใหม่ ยี่ห้อเดิมแต่เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับคนที่เป็น PCOS โดยเฉพาะ นั่นก็คือ ตัวที่ 4

4. Coat Science Fertile One PC 600 กระปุกเขียว ราคาสูงหน่อย 4300 บาท นำเข้าจาก USA

ตัวนี้มี Coenzyme Q10(Ubiquinol) ถึง 600 mg (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่ก่อนรับประทานนะคะเนื่องจากว่า Q10 ปริมาณสูงเกินกว่าที่ อย.ไทย กำหนดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว) โฟเลตในตัวถึง 999 mcg

ทานมาตลอด 3 เดือนค่ะ แต่ก็ยังไม่ท้องธรรมชาติ

5. Ovavite (ราคา7500 บาท) (ทานเมื่อปี 2560)

เพราะตั้งใจเลยว่า 3 เดือนนี้ถ้าไม่ติดธรรมชาติ จะทำ icsi (เด็กหลอดแก้ว)

ก้อยหยุด Coast science ปุกเขียว แล้วเริ่มทานตัวนี้ ตอนเข้าเดือนที่ 5 ของการปล่อยมีน้อง กล่องนี้ทานได้ 3 เดือนนะคะ เหมาะสำหรับคนที่เตรียมจะเก็บไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้วเลยค่ะ เพราะมันมี q10 ให้มาด้วย (คนที่จะทำ icsi ต้องคำนึงถึงคุณภาพไข่เป็นอันดับ1 เลยค่ะ) ถือว่าแพงสุดของทุกตัวล่ะค่ะ👌 เพราะมันได้รับการันตีจาก NSF

ในนี้มีโฟลิคเกรดดีที่สุดในรูปของ Quatrefolic และปริมาณเยอะที่สุดถึง 1000 ไมโครกรัม
และที่แตกต่างคือมี Co-enzyme q10 ให้ด้วยค่ะ (ราคามันจึงแพงกว่าตัวอื่นๆ)

ซึ่ง Co q10 เป็นตัวเพิ่มพลังให้กับไข่ เหมาะกับ ผู้หญิง อายุ 35 ปีขึ้นไป เพราะไข่มักไม่มีพลัง ด้อยคุณภาพ และแท้งได้ง่าย แต่ควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสม
งานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงที่ได้รับปริมาณโคเอนไซม์คิวเท็น ไม่ต่ำกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ไข่ได้ (แต่ไม่ควรรับเกิน 100 mg) แนะนำก่อนทานปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

ใครอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมของโฟลิกตัวไหนก็ลองใช้ชื่อที่ก้อยบอกค้นหาในอินเตอร์เน็ตดูนะคะ😊✌️

👉ปัจจุบัน ปี 2562-2563 ครูก้อยวางแผนมีน้องคนที่ 2 เริ่มทานโฟลิคอีกครั้ง ทานเป็นตัวโฟลิคเพียว ธรรมดาแบบในรูปที่โพส ของ Blackmore ค่ะ 280฿ เพราะตัวเองทานโปรตีนFerty วันละ 2 ซอง ซึ่งมันผสมโฟลิค รวมถึงมัลติวิตามินต่างๆที่คนวางแผนท้องควรได้รับ ครบถ้วนสูงถึง 33 ชนิดอยู่แล้ว

 

5. #ชีส

เป็นอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น เป็นแหล่งอาหาร ที่ประกอบไปด้วยโปรตีน แคลเซี่ยม โฟเลต วิตามินบี12 วิตามินเอ วิตามินดี ฟอสฟอรัส สังกะสีสูง
โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมถึง 2 เท่า เลยทีเดียว ขณะที่มีน้ำตาลแลคโตสในอัตราที่ต่ำกว่านม ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนม นอกจากนี้ ชีส ยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน เพราะมีน้ำตาลในปริมาณต่ำ แต่มีโปรตีนในรูปของ แคลเซี่ยมที่ช่วยเคลือบผิวฟัน และป้องกันฟันผุ
ชีสยังอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี ว่าที่คุณแม่ที่วางแผนท้องรวมถึงคุณแม่ที่กำลังท้องอยู่ไม่ควรละเลยที่จะรับประทานชีทเป็นประจำนะคะ

 

6. #ปลาแซลมอน

มีกรดไขมันดี อย่างโอเมก้า3, DHA ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกน้อยในด้านการพัฒนาระบบประสาทและสมอง

DHA ในปลาแซลม่อน มีส่วนช่วยควบคุมการเกิดลิ่มเลือด การมองเห็นที่เป็นปกติ และสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้ว่าที่คุณแม่แข็งแรง

แต่ต้องทานสุกนะคะ ป้องกันแบคทีเรีย คนวางแผนท้อง เราไม่รู้ว่าจะท้องเดือนไหน ดังนั้นให้งดของสุกๆดิบๆไปเลยค่ะ ซูชิ ปลาดิบงดก่อนค่ะ

 

7. #เมล็ดฟักทอง

เมล็ดฟักทองใครจะซื้อแบบสดมาคั่วเองก็ได้ค่ะ ครูก้อยจะทานแบบออแกนิค ชนิดอบมาแล้วค่ะ ครูก้อยและสามีจะทานเล่นวันละ 1 กำมือ มันเป็นทั้งของว่างที่เคี้ยวสนุก แถมเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ในการวิจัยสมัยใหม่พบว่า เมล็ดฟักทอง มีแร่ธาตุและสารอาหารหลายชนิด

#เป็นแหล่งของโปรตีน ให้โปรตีนใกล้เคียงกับถั่วเหลือง และยัง #มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว #วิตามินอี #วิตามินซี #วิตามินบี #วิตามินเค #ฟอสฟอรัส #สังกะสี #ทริปโตเฟน

แมงกานีส แมกนีเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร

นอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด อย่างเช่น #กรดไขมันโอเมก้า3 #และมีคอเลสเตอรอลแทบจะเป็นศูนย์ ฯลฯ

คุณสมบัติเด่นอื่นๆ เช่น ช่วยลดปริมาณโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ น้ำมันในเมล็ดฟักทองยังมี #แกมม่าโทโคฟีรอล (#รูปแบบหนึ่งของวิตามินอี#ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
#ชะลอความแก่
#ช่วยให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้น

-มีวิตามินอีสูงช่วยป้องกันหรือรักษาการเป็นหมัน
-มีซิ้งค์สูงช่วยในการเจริญพันธุ์
-ช่วยให้มีการสร้างเสปิร์มที่แข็งแรง
-เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีจากพืช
-ให้กรดไขมันดีลดไตรกลีเซอร์ไรด์และไขมันในเลือด มีฤทธิ์ทำให้มดลูกอุ่น
-ช่วยลดภาวะการแท้งลูกในระยะเริ่มแรก

************************************************

1. ในเมล็ดฟักทองมีไขมันดี จึงช่วยลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และไขมันเลวในเลือดได้

2. จากการศึกษาพบว่า ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อม ลูกหมากโต และการเป็นหมันในผู้ชาย (อย่าลืมแบ่งสามีเคี้ยวด้วยนะจ๊ะ😁)

3. แร่ธาตุฟอสฟอรัสช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และบำรุงสุขภาพอีกสารพัด

4. ทริปโตเฟน (tryptophan) ที่พบในเมล็ดฟักทอง ช่วยต่อต้านโรควิตกกังวล

ในปี 2007 การศึกษาของ Canadian Journal of Physiology and Pharmacology พบว่า #ทริปโตเฟน (tryptophan) ที่พบในเมล็ดฟักทอง ช่วย
บรรเทาความวิตกกังวล สมองใช้ทริปโตเฟนเพื่อทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและสบายใจ หากร่างกายมีทริปโตเฟนน้อยเกินไปก็สามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ เมื่อคุณรู้สึกว่ามีเครียดมากหลังจากวันทำงานที่ยาวนาน รับประทานเมล็ดฟักทองคั่วจะช่วยให้คุณสงบลงได้
เมล็ดฟักทองมีทริปโตเฟนอยุ่เป็นจำนวนมากซึ่งร่างกายใช้แปลงเป็นเซโรโทนิน (serotonin) และเมลาโทนิน (Melatonin) เพื่อช่วยในการนอนหลับพักผ่อนยามค่ำคืน เคี้ยวเล่นก่อนนอนสัก 1 ชั่วโมงก็ได้ค่ะ (#ว่าที่คุณแม่จำเป็นมากที่จะต้องลดความกังวลนะคะ เพราะความเครียดเป็นตัวร้ายที่จะทำลายเซลล์ไข่ ทำให้เราท้องยาก!)

5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี
การบริโภคเมล็ดฟักทองสามารถช่วยลดระดับของ LDL (คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี) ในร่างกายของเราได้ ใน 2012 วารสารทางการแพทย์ของแอฟริกันได้ตีพิมพ์ข้อมูลหนึ่ง นักวิจัยพบว่า หนูที่เลี้ยงด้วยเมล็ดฟักทองมีระดับ HDL (คอเลสเตอรอลชั้นดี) เพิ่มขึ้นและระดับ LDL (คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กินเมล็ดฟักทองอบแห้ง 2-4 ช้อนโต๊ะทุกวัน โดยไม่ต้องเพิ่มเกลือหรือปรุงรสใดๆเพื่อช่วยลดระดับ LDL ของคุณ

6. การควบคุมน้ำตาลในเลือด
ใน 2010 วารสารโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดฟักทองกับโรคเบาหวาน การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เมล็ดฟักทองสามารถช่วยควบคุมระดับอินซูลินและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานโดยการลดสภาวะความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) นอกจากนี้ยังพบว่ามีสารเคมีในน้ำมันเมล็ดฟักทองช่วยป้องกันโรคไตจากเบาหวานได้อีกด้วย คนที่เป็นโรคเบาหวานสามารถรับประมาณเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพ โดยกินได้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน

7. ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
เมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยสังกะสีที่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณ หากขาดธาตุสังกะสีมากๆจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เป็นหวัดง่าย เกิดสิวและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย

8. เมล็ดฟักทองมีวิตามีนอีสูง #ช่วยชะลอปัญหาการมีบุตรยากตามวัยในสตรี

และวิตามินอี ยังช่วยป้องกันผนังอสุจิจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน การทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า วิตามินอีช่วยเสริมสร้างการเจริญพันธุ์

9. #สังกะสีมีความสำคัญต่อการตกไข่และการสร้างอสุจิให้เจริญเต็มที่รวมทั้งช่วยในการปฏิสนธิ

10. เมล็ดฟักทองเป็นแหล่งของฟอสฟอรัสและสังกะสีในปริมาณสูง ซึ่งสังกะสีจำเป็นสำหรับการพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุ์ที่เหมาะสม การทำงานตามปกติของต่อมลูกหมาก หากขาดสังกะสีจะเป็นสาเหตุของการเป็นหมัน ทำให้ขนาดและโครงสร้างของต่อมลูกหมากผิดปกติ

นอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อย่างเช่นซีลีเนียม จะช่วยร่างกายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

**อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรกินในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้

Line 🆔 คลิกสั่งซื้อเมล็ดฟักทองออแกนิคอบสำเร็จ ที่ 👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

8. #บร็อคโคลี่

เป็นผักที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (betacarotene) เส้นใยอาหาร วิตามินซี รวมไปถึงสารอาหารต่างๆ อีกหลากหลายชนิด มีสารซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ซึ่งเป็นตัว #ช่วยทำให้ตับขับสารพิษ #ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญของเนื้องอก
และขับเอสโตรเจนเลวออกทางปัสสาวะ ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง จึงมีผลทำให้ติดลูกง่ายขึ้น

อีกทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษในการต่อต้านมะเร็ง คือ #สามารถป้องกันอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์และทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ (ถ้าป้องกันอนุมูลอิสระที่ไปทำลายเซลล์ได้ก็หมายถึงปกป้องอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายเซลล์ไข่ของว่าที่คุณแม่ได้ด้วย)

การรับประทานบร็อคโคลี่เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดนั้น จะต้องไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอาหารที่มีระยะเวลานานเกินไป

 

9. #บีทรูท

เป็นพืชหัว เป็นผักเพื่อสุขภาพ #มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด หัวบีทรูทมีสีแดง ซึ่งผักผลไม้ที่มีสีแดงส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยสารสำคัญที่ชื่อว่า “ไลโคพีน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี #ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย (อย่าลืมนะคะ ว่าไข่ของผู้หญิงเราก็คือเซลล์ และเป็นเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายซะด้วย)

เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ วิตามินบีรวม และธาตุเหล็กสูงซึ่งช่วย #ป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์

ตลอดจนมีสารสีแดงในหัวคือ “เบทานิน “(betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง #ช่วยฟอกเลือดและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
#ป้องกันภาวะการติดเชื้อของทารกในครรภ์

นอกจากนี้ยังช่วย #เพิ่มออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆในร่างกายได้ถึง 400%

สรรพคุณบำรุงเลือดและปกป้องเซลล์ขนาดนี้ เหมาะแก่คนที่วางแผนท้องเป็นอย่างยิ่งค่ะ👏👏👏

การรับประทานบีทรูทมากเกินไป จะทำให้ปัสสาวะ เป็นสีชมพูหรือสีแดง ซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจผิด คิดว่าเป็นเลือด แต่จริงๆแล้วคือเม็ดสีในบีทรูทถูกขับออกมาค่ะ ไม่อันตรายต่อร่างกายแต่ประการใดค่ะ

ส่วนใหญ่ก้อยจะนำบีทรูทสดๆ ประมาณครึ่งหัว มาปั่นกับผักผลไม้ชนิดอื่นๆที่รสไม่หวานจัด ดื่มแบบไม่แยกกากตอนท้องว่างทุกๆวันค่ะ (ตอนเช้าก่อนมื้ออาหาร หรือช่วงบ่ายๆตอนท้องว่าง หรือไม่ก็ก่อนนอน) แม่ๆลองทำกันดูนะค้าาา

 

10. #น้ำทับทิม

น้ำผลไม้ที่คนวางแผนท้องควรทานอย่างยิ่งก็คือน้ำทับทิม ถึงแม้ว่าจะหาทานยากหน่อย แต่ก็ต้องหามาทางให้ได้ค่ะถ้าเราหามาคั้นสดๆเองไม่ได้ แนะนำซื้อแบบกล่องก็ได้ค่ะ แต่ต้องเลือกแบบ 100% ไม่ผสมน้ำตาลนะคะ (แต่แทบจะหาไม่ได้เลยค่ะในท้องตลาด) ส่วนตัว…ครูก้อยจะซื้อทับทิมมาสกัดเย็น ทานวันละ 1 ผลค่ะ อาทิตย์ละประมาณ 3-4 ครั้ง และผัดผง pure red ซึ่งเป็นผงผักสีแดง ในนั้นมีส่วนประกอบ คือ บีทรูท แครอท มะเขือเทศ และทับทิม อีกวันละ 2 ช้อนชา

ถ้าแบบที่คั้นเป็นขวดวางขายข้างทาง ที่เราไม่เห็นวิธีการทำอย่าซื้อทานนะคะอาจจะมีเชื้อโรค หรือแบคทีเรียผสมอยู่ ยิ่งช่วงนี้มีไวรัสโควิด-19 อยู่ด้วย

มีผลการวิจัยยังพบว่า น้ำทับทิมมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากถึงเกือบ 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น น้ำทับทิมช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีที่ทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจลงได้

มีงานวิจัยพบว่าน้ำทับทิมมีฤทธิ์ยั้บยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม และลดการเกิดโรคมะเร็งสำหรับผู้หญิงได้ด้วยค่ะ ยังมีผลวิจัยจากนักวิทยาศาตร์มหาวิทยาเอดินเบิร์ก แห่งสหราชอาณาจักร เผยว่า…น้ำทับทิมสามารถสลายไขมันที่สะสมอยู่ตามพุง เพราะมีคุณสมบัติลดกรดไขมันในกระแสเลือด (จุดนี้สำคัญสำหรับคนที่วางแผนท้องนะคะ ไข่ของเราจะสวยหรือไม่นั้นขึ้นกับความเป็นกรดในเลือดด้วยนะคะ)

อีกอย่างน้ำทับทิมช่วยบำบัดโรคเบาหวาน ซึ่งคนท้องต้องระวัง และในทับทิมยังมี แร่ธาตุอีกมากมายเช่น วิตามินซี ที่สูงมาก มีวิตามินเอ วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และกรดโฟลิค รวมทั้งสารที่ชื่อว่า กรดเอลลาจิก

✔️ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัด
✔️ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
✔️ช่วยบำรุงสุขภาพฟันให้แข็งแรง
✔️ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
✔️ช่วยลดความดันโลหิตสูง
✔️ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด
✔️ช่วยในการฟอกไตและท่อปัสสาวะ
✔️ช่วยลดสภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง
✔️มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
✔️ช่วยแก้อาการระดูขาว ตกเลือด
✔️ช่วยบำรุงสุขภาพตับให้แข็งแรง
✔️มีส่วนช่วยบำรุงและต่อต้านอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย

👉หากคุณตั้งครรภ์แล้ว น้ำทับทิมยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน สำหรับคนท้องให้คั้นเอาแต่น้ำทับทิม ดื่มตอนเช้าวันละ 1 แก้ว ดื่มในขณะท้องว่าง จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ดีค่ะ

ทับทิมที่เป็นผลๆค่อนข้างหายาก เพราะมักจะออกในฤดูหนาว เราอาจจะได้ทานเป็นฤดูกาล ดังนั้นเพื่อรมามต่อเนื่อง อาจจะทานชนิดผงชงน้ำดื่มได้เลยค่ะ คือตัวผงผักสีแดง Pure red ซึ่งให้กรดเอลลาจิกในทับทิมสูง สารตัวนี้ล่ะค่ะ ที่จัดเป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ ลดความเสื่อมถอยของเซลล์ และเป็นตัวทำให้เซลล์สืบพันธุ์แข็งแรงนั่นเอง

⭕️ปรึกษา/สั่งของบำรุงแบบครูก้อย ที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

11. #น้ำมะเขือเทศ

ประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศ ที่คุณแม่ควรรู้
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำมะเขือเทศมาแรงจริงๆค่ะ เพราะใครๆ ต่างก็พูดกันถึงน้ำมะเขือเทศทั้งนั้น ว่าเด็กดื่มได้ ผู้ใหญ่ดื่มดี

ก็เพราะน้ำมะเขือเทศ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินเค และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก อีกทั้งยังมีกากใยปริมาณสูง

การดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น ว่าที่คุณแม่ที่มีปัญหาท้องผูก หากได้ดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำจะช่วยให้อาการท้องผูกหมดไป นอกจากนี้..น้ำมะเขือเทศ ยังส่งผลไปถึงผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูกระจ่างใสขึ้น ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน สวยสดใส มีเลือดฝาด

และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนท้องรวมถึงคนท้องด้วยค่ะ เพราะวิตามินซีที่สูงในน้ำมะเขือเทศนี้เองจะช่วยป้องกันความเสื่อมถอยของเซลล์โดยเฉพาะเซลล์ไข่ และยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณแม่เป็นหวัดได้ด้วย หากเราดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำและอย่าลืมให้ว่าที่คุณพ่อดื่มด้วยนะคะเพราะมีงานวิจัยรายงานว่าไลโคปีนที่พบในมะเขือเทศสามารถเพิ่มจำนวนอสุจิได้ถึง 70%

มะเขือเทศ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ชื่อว่า #ไลโคปีน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ และ มะเร็งต่อมลูกหมาก ได้อีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนนาเดียน พบว่า ไลโคปีน ในน้ำมะเขือเทศสดนั้นเปรียบเสมือนธนาคารกระดูกที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ทุกคนทุกเพศทุกวัยและดีเยี่ยมสำหรับคนวางแผนท้อง

นอกจากนี้แล้วในน้ำมะเขือเทศ ยังมีวิตามินซีสูง เมื่อดื่มน้ำมะเขือเทศเข้าไปแล้วก็จะทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันโรคหวัดได้ดี และช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย แก้อาการเบื่ออาหารในเด็ก เหมาะสำหรับลูกน้อยที่เบื่ออาหาร ให้ผสมน้ำมะเขือเทศลงไปในอาหาร หรือน้ำผลไม้อื่น จะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้วิตามินเอและเบต้าแคโรทีนในน้ำมะเขือเทศ ยังช่วยในการบำรุงช่วยสายตาได้อีกด้วยนะคะ

หากคุณสามารถทานมะเขือเทศสดเป็นผลได้ก็ยิ่งดีเลยค่ะ😊 แต่ถ้าใครทานไม่ได้ก็หันมาทานเป็นน้ำมะเขือเทศสดแบบในรูปก็ได้ค่ะ ทางที่ดีเลือกแบบ 100% โซเดียมต่ำนะคะ

 

🔰2.น้ำมะกรูดคั้นสด

มีวิตามินซีและไบโอฟลาโวนอยด์สูง ถือเป็นสมุนไพรไทยที่คนมีลูกยากดื่มกันมาแต่ดั้งเดิม

🔸สรรพคุณช่วยฟอกโลหิต เพิ่มออกซิเจนให้เลือด ดื่มเป็นประจำทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส ดีจากภายในสู่ภายนอก

🔸โดดเด่นในด้านบำรุงเลือดลม บำรุงร่างกาย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงรังไข่ และมดลูกได้ดี ทำให้มดลูกอุ่น

🔸ช่วยปรับสมดุลระบบภายในสตรี มดลูกแข็งแรง ลดการอักเสบติดเชื้อบริเวณมดลูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการแท้งในระยะเริ่มต้น

🔸บำรุงโลหิต กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เซลล์ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เลือดสะอาด เพราะด้วยความโดดเด่นในการฟอกเลือด จึงส่งผลให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ไม่ขาดไม่หาย และด้วยความสมบูรณ์ของมดลูกจึงทำให้ไม่ปวดประจำเดือน และรอบไข่ตกก็เป็นปกติขึ้น

🔸น้ำมะกรูดมีสารเควอซิทิน (Quercetin) สูงที่สุด 43±9 มิลลิกรัม ต่อมะกรูด 100 กรัม ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ค่าออกซิเดชั่นสูงสุด จากงานวิจัยปี 2560 พบว่า สารเควอซิทีนสามารถป้องกันภาวะไข่ฝ่อเสียหายได้ถึงเท่าตัว จากกระบวนการการเก็บไข่ในการทำเด็กหลอดแก้ว

🔸น้ำมะกรูดโดดเด่นในเรื่องของการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยปรับสมดุลประจำเดือนให้เป็นปกติ บรรเทากลุ่มอาการ PCOS (ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง) ระบบเลือดที่ไหลเวียนดีนำพาออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงบริเวณรังไข่และมดลูกได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์ และมดลูกที่พร้อมในการฝังตัว

🔸น้ำมะกรูดช่วยลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด รวมถึงปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง ในเลือด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ เลือดที่ข้นเหนียว มีฤทธิ์เป็นกรด ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปส่งผลต่อภาวะดื้ออินซูลินซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดฮอร์โมนเพศชายในร่างกายสูง ส่งผลต่อภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง และไข่ด้อยคุณภาพ ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก

📣แม่ๆทราบไหม? ไบโอฟลาโวนอยด์มีมากในมะกรูดสด!!

✅หน้าที่หลักของไบโอฟลาโวนอยด์ก็คือ เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยและควบคุมการดูดซึมของสารอาหารต่างๆ ผ่านผนังเส้นเลือด และช่วยเสริมการทำงานกับวิตามินซี เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

✅ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดให้ไปหล่อเลี้ยงต่อมและอวัยวะทั่วร่างกาย (ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและรักษาโรค) ลดการติดเชื้อในร่างกาย

✅มีการศึกษาหลายชิ้น พบว่าฟลาโวนอยด์ มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระให้เซลล์ เหนือกว่าวิตามินซี หรืออี ถึง 50 เท่า และฟลาโวนอยด์ในมะกรูดมีความสามารถในการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน LDL ในหลอดเลือดได้มากกว่าวิตามินอี ถึงกว่า 1000 เท่า!

✅ไบโอฟลาโวนอยด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่มดลูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการแท้งในระยะเริ่มต้น และไบโอฟลาโวนอยด์ยังไปเสริมการทำงานของวิตามินซีที่ช่วยเรื่องการเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการตั้งครรภ์

📖📚มีงานวิจัยจาก The University of Texas ศึกษาพบว่าผู้หญิง 53% ที่ทานอาหารวิตามินซี และไบโอฟลาโวนอยด์สูงจะมีช่วงลูเตียลเฟส (Luteal Phase) ยาวขึ้น

📍ลูเตียล เฟส คือระยะหลังการตกไข่ที่ระดับฮอร์โมน
โปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ร่างกายจะสร้างมดลูกให้หนาขึ้น
พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน หากช่วงระยะ
เวลานี้สั้นโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนก็ลดลง

✴️✴️ตอบคำถาม น้ำมะกรูดช่วยให้ท้องได้ไหม??

น้ำมะกรูดมีสรรพคุณเด่นในเรื่องฟอกเลือด บำรุงโลหิต ส่งผลให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นำพาออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงที่มดลูกได้ดียิ่งขึ้น ระบบไหลเวียนเลือด สะอาดและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ไม่ขาดไม่หาย และด้วยความสมบูรณ์ของมดลูกจึงทำให้ไม่ปวดประจำเดือน เมื่อระบบภายในมดลูกและการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นก็จะส่งอาหารไปเลี้ยงตัวอ่อนที่กำลังมาฝังตัว เนื่องจากมดลูกมีเส้นเลือดฝอยมากมาย

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยชี้ว่า ในมะกรูดสดมีสารไบโอฟลาโวนอยด์สูงมาก ถึง 1104 mg/ มะกรูด 100g นอกจากนี้ยังพบ “สารเควอซิทีน” ซึ่งจัดเป็นนะดับซุปปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ สูงถึง 44 mg/มะกรูด 100 g สูงสุดในบรรดาผลไม้รสเปรี้ยวที่ได้ทำการทดลอง

มีงานวิจัยชัดว่า สารต่อต้านอนุมูลอิสระ “เควิซิทีน” ช่วยป้องกันภาวะไข่ฝ่อเสียหายได้เท่าตัว ในกรณีเก็บไข่ออกมาเลี้ยงภายนอกร่างกาย จึงส่งผลให้ปกป้องเซลล์ไข่จากอนุมูลอิสระต่างๆ ทำให้ไข่สวย ได้ไข่ที่สมบูรณ์ขึ้น

อีกทั้งยังมีงานวิจัยหลายชิ้นรายงานว่า น้ำมะกรูดสามารถลดน้ำตาล ลดไขมัน และลดกรดในเลือด ทำให้เลือดมีฤทธิ์เป็นด่าง ไม่เหนียวข้น จึงไหล flow ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมถึงรังไข่และมดลูกได้ไดี

เมื่อไข่สมบูรณ์ รอบเดือนปกติ รอบตกไข่ปกติ อัตราการปฏิสนธิก็สูงขึ้น เมื่อมดลูกแข็งแรง มดลูกอุ่น ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าไปฝังตัวของตัวอ่อน จึงเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

🌟ประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ พร้อมไหมที่จะกระดกเช้า-กระดกเย็น

*******************************************

💓💓แม่ๆรู้ไหม? ทำไมครูก้อยจึงแนะนำให้กระดก⁉️

#น้ำมะกรูดคั้นสด #ดับเบิ้ลเป็น2ขวด #ในช่วงฉีดกระตุ้นไข่!
ย้ำ‼️ ต้องน้ำมะกรูดสดนะ‼️ ถ้าแบบผ่านความร้อน นั่นหมายถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่กล่าวมา บางส่วนไม่อยู่แล้วจ้าาา

📍สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก)

📍ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)

👉โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อปฏิกิริยาออกซิเดชัน ที่เรียกว่า “ reactive oxygen speceies” (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เซลล์
หากร่างกายเรามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะมาจับ ROS ไม่เพียงพอ จะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะ #เซลล์ไข่ซึ่งเป็นเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย และเป็นเซลล์สืบพันธุ์ จะเซนซิทีฟต่ออนุมูนอิสระมากกว่าเซลล์อื่นๆในร่างกาย

👉นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “ follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก

👉ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์

👉นอกจาก #สารไบโอฟลาโวนอยด์ ที่มีมากในมะกรูดแล้ว (มีสูงถึง 1,104 mg/มะกรูด 100 g ยังมีสาร #quercetin สูงสุด‼️เมื่อเทียบกับผลไม้เปรี้ยวชนิดอื่น สูงถึง 44mg/มะกรูด 100 g

👉จากงานวิจัยพบว่าปริมาณ “quercetin” ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเซลล์ไข่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะการเลี้ยงไข่ที่ 24 ชั่วโมงจะเห็นว่า หากไม่มี “สารต้านอนุมูลอิสระเควอซิทิน” ไข่จะฝ่อเสียเกือบ 80% แต่ในกรณีที่มีเควอซิทินเพียง 10 ไมโครโมลาร์ จะช่วยลดความเสียหายได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในความสำเร็จจนถึงระดับบลาสโตซิสได้อีกเท่าตัว

👉(ช่วงกระตุ้นไข่ ครูก้อยจึงให้ดับเบิ้ล 2 ขวดไงจ๊ะ😊)

🔰งานวิจัยอ้างอิง

1. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27604261
2. https://doi.org/10.1177/1179559X17742902
3. https://www.fertstert.org/…/S0015-0282(11)02025-5/abstract
4. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28418847
5. https://doi.org/10.1080/09637480903018816
6. https://www.sciencedirect.com/…/pii/S2213453014000044
7. https://drjockers.com/quercetin/
8. http://www.scienceasia.org/2014.40.n2/scias40_121.pdf
9. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19572229/

📍คำแนะนำในการดื่ม📍

👉ดื่มวันละ 300 ml

✅กระดกครี่งขวดเช้า – ครึ่งขวดก่อนนอน หรือช่วงท้องว่างดูดซึมดีที่สุด
✅ผสมน้ำเจือจางได้ เอาที่ตัวเองไหว (เพราะขวดนี้คือเพียวมาก) แล้วค่อยๆขยับไปฮาร์ดคอว์
✅คนเป็นโรคกระเพาะให้ทานหลังอาหาร เจือน้ำมากๆ
✅คนเป็นกรดไหลย้อน และเลือดจาง ไม่แนะนำให้ทานของเปรี้ยวทุกชนิด

📍คำแนะนำแต่ละกรณี📍

✅ปล่อยท้องธรรมชาติ ดื่มบำรุงได้เลยวันละ 1 ขวด จนท้องค่อยพอ

✅เตรียมตัวเก็บไข่ เด็กหลอดแก้ว IVF , ICSI , IUI ดื่มบำรุงไข่ล่วงหน้าวันละ 1 ขวด เป็นเวลา 3 เดือนก่อนเข้ากระบวนการ

✅ช่วงที่กำลังฉีดกระตุ้นไข่ ให้ดับเบิ้ลเป็น 2 ขวด

✅เตรียมผนังมดลูก ควรทานอย่างยิ่ง วันละ 1/2 – 1 ขวดช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ให้เลือดมีออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณมดลูก ทำให้มดลูกอุ่น ติดลูกง่ายขึ้น ลดการอักเสบติดเชื้อ

❌ใส่ตัวอ่อนแล้ว ท้องแล้ว งดจ้า!! เกรงท้องเสียได้ ไม่อันตรายอะไร 😊

🔰การเก็บน้ำมะกรูด….

น้ำมะกรูดเก็บไม่เเช่เย็นได้ 14 วัน
หากเเช่ตู้เย็นต่อ อยู่ได้ถึง 40 วัน

(หมายเหตุ ข้อมูลมาจากการส่งตรวจเชื้อจากกรมวิทย์ฯเเล้ว)

✅คลิปครูก้อยแนะนำน้ำมะกรูดคั้นสด
https://youtu.be/TkmLkS0eNS8

✅คลิปครูก้อยบรรยายงานวิจัยน้ำมะกรูด
https://youtu.be/Zw74MsTIh0E

✅คลิปครูก้อยแนะนำมะกรูด Shot
https://youtu.be/ht5j9Nl_UsM

✅ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม/ชมรีวิว
https://www.babyandmom.co.th/citrus-hystrix

🍋น้ำมะกรูด มี 2 ไซส์ 🍋

🔰น้ำมะกรูดคั้นสด ขนาด 300 ml 1 ชุด มี 5 ขวด ราคา 600฿
🔰น้ำมะกรูด Shot ขนาด 150 ml 1 ชุด มี 10 ขวด ราคา 600฿

▶️🆔ปรึกษา/สั่งของบำรุงแบบครูก้อย ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

 

13. #มะนาว

ถือเป็นแหล่งของวิตามินซี ซึ่งไม่ว่าคุณแม่จะกินแบบน้ำมะนาวคั้น หรือนำมาปรุงเป็นอาหารก็ได้รับสารอาหารนี้มากเช่นกัน ซึ่งวิตามินซีจากน้ำมะนาวจะทำให้ผิวพรรณสวยงามบำรุงผิวของคุณแม่ได้ตลอดการตั้งครรภ์ และยังช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของคุณแม่ในช่วงไตรมาสแรกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ทั้งนี้ในการดื่มน้ำมะนาวควรเลือกเป็นน้ำมะนาวสดเท่านั้น

มะนาวเป็นพืชที่มีกรดซึ่งดีต่อร่างกายอยู่เป็นส่วนประกอบ ภายในน้ำมะนาวนั้นมี กรดซิตริค (Citric Acid) กรดมาลิค (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ซึ่งกรดซิตริคนั้นช่วยในการขจัดแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง ตับอ่อน และช่วยในการสลายนิ่วในไต้ได้ และยังช่วยในการขจัดล้างสารพิษโดยการกระตุ้นด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดีขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ระบุถึงสรรพคุณส่วนต่าง ๆ ของมะนาวดังนี้

น้ำมะนาว : แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ขับเสมหะ ฟอกโลหิต ทำให้ผิวนุ่มนวล บำรุงบำรุงโลหิต แก้ระดูขาว ป้องกันสารพิษ น้ำมะนาวเปรียบเสมือนเกราะป้องกันน้ำนมของคุณแม่ไม่ให้มีสารพิษต่าง ๆ สามารถเข้าถึงร่างกายทั้งยังมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการทำงานของระบบการย่อยอาหารให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม

มีวิจัยพบว่า เยื่อสีขาวและเปลือกของมะนาวนั้นมีสารไลโมนีนที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเนื้องอก และยังช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย..

วิตามินซีและสารต่อต้านอนุมูลอิสระในมะนาว สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ช่วยปกป้องเซลล์ โดยวิตามินซีในรูปสารละลายในน้ำมะนาว จะจับเข้ากับเชื้อโรคในกระแสเลือด และนำออกไปเมื่อถูกขับถ่ายเป็นปัสสาวะ

 

14. #วิตามิน C

หรือชื่อเต็มๆว่า กรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) จำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไป มีหน้าที่หลักๆ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งจะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากขบวนการสันดาปในร่างกาย หรือจากมลพิษ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่างๆ เสื่อม หรืออาจเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ (อย่าลืมนะคะว่าไข่ของเราก็คือเซลล์ และเป็นเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายแถมยังไวต่ออนุมูนอิสระและถูกทำลายได้ง่ายมาก)

ดังนั้น #การทานวิตามินซีเสริมก็จะสามารถป้องกันการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ได้ด้วย

เพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

#ถ้าคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ได้ทานวิตามินซีอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันการแท้งบุตรได้

และถ้าคุณผู้ชายที่ต้องการจะมีลูกก็ควรทานวิตามินซีเยอะๆ เพราะจะช่วยเพิ่มอสุจิ และทำให้อสุจิแข็งแรงค่ะ แถมยังป้องกันหวัดและภูมิแพ้ได้อีกด้วยค่ะ
(ถ้าได้รับในปริมาณวันละ 1000-2000 mg )

ว่าที่คุณแม่ไม่ควรเป็นหวัดนะคะ ควรรักษาสุขภาพไว้ให้แข็งแรงเป็นบ้านที่แข็งแรงให้ลูกน้อยนะคะ😊

ปัจจุบันปี 2562-2563 ครูก้อยทานวิตามินซีของ Blackmore BufferedC ราคากระปุกละ 875฿ (200 เม็ด)

ทานเพียงวันละ 1 เม็ด ก็พอค่ะ เนื่องจากสูตรนี้เป็นสูตรที่ค่อยๆปลดปล่อยตัวยา ออกฤทธิ์ได้นานกว่า 8 ชั่วโมงจึงไม่จำเป็นต้องทานสูงถึง 2000 มิลลิกรัม และที่สำคัญเราได้รับวิตามินซีสดสดจากน้ำมะกรูดทุกวันอยู่แล้วค่ะ

 

15. #น้ำมันปลา หรือ Fish Oil

คือน้ำมันที่สกัดจาก เนื้อ หัว หาง และหนังของปลาทะเล เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น

น้ำมันปลา เป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมก้า3 (Omega 3 ) ประกอบไปด้วย อีพีเอ (EPA) และ ดีแอชเอ (DHA) ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือดหัวใจ บำรุงสมองและสายตา
ช่วงก่อนท้องให้ทานเป็นแบบซอฟท์เจลก็ได้ค่ะ วันละ 2 ซอฟท์เจล์ หรือจะทานคริลล์ ออย ก็ได้ค่ะ ให้โอเมก้า 3 บริสุทธิ์มากกว่า fish oli ค่ะและแทบจะไม่มีการปนเปื้อนของโลหะหนักค่ะ

น้ำมันปลา คนละตัวกับน้ำมันตับปลานะคะ คนท้องไม่ควรรับประทานน้ำมันตับปลา เนื่องจากมีปริมาณของวิตามินเอสูง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ได้

ว่าที่คุณแม่สามารถรับประทานน้ำมันปลาได้ตั้งแต่ในช่วงเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ และช่วงแรกของการตั้งครรภ์ หรือตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 7 สัปดาห์ (ถ้าท้องแล้วให้ปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณที่ควรทานในแต่ละวัน) โดยน้ำมันปลานั้น มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย รวมทั้งเนื้อสมอง และเม็ดเลือดชนิดต่างๆ การทานน้ำมันปลาตอนท้อง ช่วยลดอาการอักเสบข้องข้อกระดูกของคนท้องได้ด้วย

DHA ในน้ำมันปลามีส่วนช่วยควบคุมการเกิดลิ่มเลือด การมองเห็นที่เป็นปกติ และสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้ว่าที่คุณแม่แข็งแรง

กินน้ำมันปลาตอนท้องยังทำให้ลูกฉลาด
เนื่องจากโอเมก้า3 ทำให้มีการแบ่งเซลล์ในการพัฒนาการทางสมองของทารก เราควรทานตั้งแต่ตอนก่อนท้องเพื่อเตรียมไว้นะคะ

แต่หากคุณแม่ท้องแล้ว และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี ทานอาหารอย่างสมดุลครบ 5 หมู่ สมองของทารกก็สามารถพัฒนาได้โดยไม่ต้องทานอาหารเสริมอย่างน้ำมันปลาชนิดซอฟท์เจลหรือแคปซูลเพิ่มค่ะ สามารถหาได้จากปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพงแดง นอกจากนี้ยังพบได้ในกุ้งและปูทะเลอีกด้วย และยังมีในถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วอัลมอลต์ เมล็ดฟักทองเช่นกัน

 

16. #ถั่วดำ

ประโยชน์ของถั่วดำสำหรับคนอยากท้อง
โดนไปหลายข้อ! 1,3,4,7,8,9,10,11,12,15,19
ต้มถั่วดำวนไปค่ะ😁

1.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

2.ช่วยบำรุงหัวใจ

3.ถั่วดำอุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง

4.นอกจากถั่วดำจะให้โปรตีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือเส้นใยซึ่งช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูก

5.ถั่วดำมีคุณสมบัติในการช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากในถั่วดำมีสัดส่วนของโปรตีนถึง 40% และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 20% โดยอุดมไปด้วยสารลดความอ้วนและสารที่ช่วยกำจัดสารพิษ
ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเส้นใยที่มีมากในถั่วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นและทำให้ร่างกายมีพลังงานสม่ำเสมอ

6.ในถั่วดำมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคต่าง ๆ ในผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 40 และมะเร็งลำไส้ตรงได้ถึงร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ด้วย ซึ่งจากงานวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถึงร้อยละ 30 รวมไปถึงฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งปอดได้ถึงร้อยละ 50

7.ถั่วดำมีสารไอโซฟลาโวนส์ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ จากปัญหาการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติจนกลายเป็นโรคอ้วน และยังช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก อันมีสาเหตุมาจากการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย มากเกินไปได้

8.ถั่วดำมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส ซึ่งช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม และยัง #ส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย

9.ช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากเส้นใยในถั่วดำเป็นเส้นใยชนิดละลายน้ำ จึงช่วยลดความเร็วของการดูดซึมกลูโคสให้ดูดซึมในร่างกายช้าลง จึงสามารถยับยั้งโรคเบาหวานได้

10.ช่วย #รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

11.ช่วยป้องกันและรักษาโรคโลหิตจาง เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 วิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก และเบตาแคโรทีน แถมยัง #มีธาตุเหล็กที่สูงกว่าเนื้อสัตว์ถึง4เท่า มันจึงมีประโยชน์โดยตรงต่อผู้เป็นโรคโลหิตจางอย่างมาก

12.ถั่วดำอุดมไปด้วย #ธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงโลหิต และเป็นส่วนหนึ่งของสารในเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย จึงช่วยป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง สมองไม่ดี หรือคิดอะไรไม่ค่อยออก ฯลฯ

13.ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและช่วยลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินอีและโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันโลหิต ด้วยการขยายเส้นโลหิตให้กว้างมากขึ้น ทั้งยังมีแคลเซียมที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเส้นเลือดเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย

14.ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งจากผลการวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำในปริมาณมากกว่าจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำน้อยกว่าหรือไม่รับประทานเลย

15.ล้างพิษด้วยถั่วดำ ถั่วดําช่วยล้างพิษในร่างกาย เนื่องจากถั่วดำมี “สารฟลาโวนอยด์” ซึ่ง #เป็นถั่วที่มีสารล้างพิษที่มีปริมาณสูงสุด และยังมีสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานินที่เป็นสารล้างพิษที่ดี โดยเมื่อเทียบกับผลไม้อย่างส้มแล้ว พบว่าถั่วดำจะมีปริมาณของสารล้างพิษมากกว่าส้มถึง 10 เท่า ! แต่การทำให้ถั่วดำสุกจะสูญเสียสารล้างพิษไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถช่วยล้างพิษในร่างกายได้อย่างประสิทธิภาพ

16.การรับประทานถั่วดำเป็นประจำช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ช่วยเพิ่มความกระชับ ทำให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิว ป้องกันการเกิดกระบนผิว เพราะอุดมไปด้วยวิตามินอี และสารแอนโทไซนานินที่ช่วยเพิ่มการทำงานของคอลลาเจน

17.มีคำกล่าวว่าการรับประทานถั่วจะช่วยทำให้ฉลาดขึ้น ซึ่งก็ใกล้เคียงกับความจริง เนื่องจากมีสารเลซิตินที่ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในการทำงานของสมอง จึงมีผลดีต่อผู้ที่ต้องใช้ความจำ และสำหรับคนชราก็สามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย

18. ถั่วดำยังเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวขึ้น
ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ ด้วยการนึ่งถั่วแล้วใส่ไว้ในหมอน ขณะที่ยังอุ่น ๆ ก็จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้

19.ถั่วดำเป็นแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มี #โฟเลตสูง มีความ #สำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วย #ป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของสตรีขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย

 

17. #ดอกคำฝอย

ชาดอกคำฝอยดีต่อสุขภาพ คนวางแผนท้องควรกิน!
แม่หลังคลอดควรกิน! แต่… คนท้องห้ามกิน!!!

ในยามที่ตั้งครรภ์สุขภาพร่างกายของคุณแม่จะไม่แข็งแรงเหมือนกับช่วงปกติ ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานไม่สมดุลเหมือนปกติ ดังนั้นจึงมีอาการต่างๆ นานา ที่ดูแล้วรู้สึกว่า ป่วยง่ายไม่สบาย มีสุขภาพไม่ค่อยดี ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องพยายามรักษาสุขภาพมากขึ้น เพื่อทั้งตัวเองและลูกน้อยในครรภ์

ซึ่งการรักษาและดูแลสุขภาพ ก็มีเรื่องที่เป็น #ข้อห้ามสำหรับคนท้อง จำนวนมากมายหลายข้อ และหลายแบบทั้งจากการแนะนำของแพทย์ และจากคำบอกเล่าที่สืบต่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ

การรักษาสุขภาพด้วยการใช้พืชสมุนไพรเป็นหนึ่งในการช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีสุขภาพและอาการดีขึ้นได้ มีสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ส่งผลดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าพอเป็นสมุนไพรจะดีกับคนท้องไปเสียทุกชนิด มีบางชนิดแม้จะมีสรรพคุณดีต่อคนทั่วไป แต่ก็ไม่เหมาะสมที่คนท้องจะใช้งาน อาทิเช่น #ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณ #ช่วยบำรุงเลือด นำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ง่าย เพียงแค่นำมาชงกับน้ำร้อนก็เป็นชาดื่มได้แล้ว

ในสรรพคุณทางยาจะดีต่อผู้หญิงเกี่ยวกับการบำรุงเลือด บำรุงหัวใจและสุขภาพทั่วไป เช่น ใช้สำหรับประจำเดือนไม่มา มาน้อย หรือปวดประจำเดือน ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ป้องกันอาการความดันโลหิตสูง ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยสลายลิ่มเลือด ช่วยบำรุงประสาท ลดความเครียด ช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำให้มดลูกอุ่น เป็นต้น

ซึ่งพอเราดูสรรพคุณแล้ว ดอกคำฝอยน่าจะมีประโยชน์กับคนท้อง มากกว่าห้าม! เพราะดอกคำฝอยช่วยได้หลายอย่าง ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ในยามตั้งครรภ์

แต่…มันเป็นจริงว่า..สมุนไพรชนิดนี้ เป็น สมุนไพรที่เป็น ข้อห้ามของคนท้อง เนื่องจาก มันมีสรรพคุณที่ #ทำให้มดลูกบีบตัว และ #นำไปสู่การแท้งบุตรได้ ! ซึ่งเรื่องนี้มีการทดสอบและวิจัยทางการแพทย์แล้วพบว่า ดอกคำฝอยก่อให้เกิดอาการดังกล่าวได้จริง !
อย่างไรก็ตาม ชาดอกคำฝอย จะเป็นสิ่งที่ คนท้องห้ามกิน เฉพาะในช่วงตั้งครรภ์เท่านั้น

#หลังคลอดแล้วกลับเป็นตัวช่วย เนื่องจากสามารถใช้เป็น #ยาขับน้ำคาวปลา และลดอาการปวดท้องเนื่องจากมดลูกไม่เข้าที่ได้อีกด้วย
ทราบดังนี้แล้วก็ขอให้ระวัง เพราะมีคนไม่น้อยเห็นว่าสิ่งที่เป็นยาสมุนไพรดีไม่มีผลข้างเคียง นิยมเอาให้คนท้องรับประทาน โดยไม่ได้ศึกษาให้ละเอียดก่อน

📣📣ประโยชน์ของชาดอกคำฝอย🌼

✅ช่วยระงับอาการปวดประจำเดือนของสตรี

✅ช่วยบำรุงโลหิตประจำเดือนของสตรี ช่วยขับระดูโลหิตประจำเดือนของสตรี

✅ช่วยกระจายเลือด แก้ประจำเดือนคั่งค้างมาไม่เป็นปกติ ช่วยสลายลิ่มเลือดเก่าที่คั่งค้าง ทำให้มดลูกสะอาด

✅ช่วยแก้อาการปวดมดลูก และลดอาการอักเสบของมดลูกในสตรี

✅มีฤทธิ์ทำให้มดลูกอุ่น

✅แก้อาการตกเลือด อาการปวดท้องหลังคลอด น้ำคาวปลาไม่หมด (ช่วยขับน้ำคาวปลา)

✅ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย บำรุงน้ำเหลืองให้เป็นปกติ

✅ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

✅ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
ช่วยบำรุงโลหิต แก้โลหิตเป็นพิษ และช่วยฟอกโลหิต

✅ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ชอบกินของหวานเพราะจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เลือดเหนียวข้นจับตัวกันเป็นลิ่มเลือดทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ดี โดยดอกคำฝอยจะช่วยสลายลิ่มเลือดให้เล็กลงช่วยป้องกันไม่ให้เลือดเกาะตัวกันเป็นลิ่มเลือด

📣วิธีทาน..
ใส่ดอกคำฝอยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 1 หยิบมือ ล้างด้วยน้ำร้อนครึ่งแก้ว 5 วินาที รินน้ำออกเพื่อกระตุ้นดอก จากนั้นเติมน้ำร้อนอีกรอบ แช่ไว้ 2-5 นาที ก็ดื่มได้เลยค่ะ ทั้งน้ำทั้งดอก

📣คำแนะนำ..สำหรับสตรี

♦️เริ่มดื่มวันแรกของการมีประจำเดือน ติดต่อกันทุกวันหยุดวันไข่ตก (ดื่มติดต่อประมาณ 7-10 วันนับจากวันมีประจำเดือน) (สำหรับคนปล่อยธรรมชาติ ,iui)

ส่วนคนทำ ivf,icsi ช่วงเตรียมผนังมดลูก เมื่อเก็บไข่เสร็จไปแล้ว รอรอบเดือนมา แล้วเริ่มดื่มได้เลยทุกวัน จนไปถึงวันก่อนที่จะนัดใส่ตัวอ่อนสัก 2-3 วัน ใส่ตัวอ่อนแล้ว ให้หยุด ห้ามดื่ม‼️

♦️คนท้องอ่อน คนที่เพิ่งใส่ตัวอ่อน ห้ามดื่ม!!!! ดอกคำฝอยมีฤทธิ์ขับลิ่มเลือด❗️

♦️คนหลังคลอด ดื่มทุกวัน ขับน้ำคาวปลา มดลูกเข้าอู่

***********🌼🌼🌼🌼🌼🌼**********

สำหรับตัวครูก้อยจะดื่มชาดอกคำฝอยในวันแรกของการมีประจำเดือน และทานต่อเนื่องไป 7-10 วัน หรือจนตรวจเจอว่าตกไข่ เพื่อเป็นการเคลียร์มดลูก ขับลิ่มเลือดเก่า
ล้างมดลูกให้สะอาด ไม่ให้มีเลือดเก่าของประจำเดือนคั่งค้าง ซึ่งเป็นผลทำให้ผนังมดลูกสกปรก และหนาทึบเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ติดลูกยาก

สรรพคุณช่วยเรื่องอะไร? : บำรุงเลือด ขับลิ่มเลือดจากผนังมดลูกที่คั่งค้างจากประจำเดือน ช่วยปรับประจำเดือนให้เป็นปกติ ทำให้มดลูกอุ่น ปรับสมดุลฮอร์โมนสตรี ทำให้เลือดสะอาดไหลเวียนดี (เลือดไหลเวียนไปที่มดลูกดีขึ้นก็ช่วยให้ติดลูกง่ายขึ้น)

เริ่มตอนไหน? : ประจำเดือนมาวันแรก ก็เริ่มชงดื่มได้เลยค่ะ วันละแก้ว จิบๆช่วงเวลาไหนก็ได้ค่ะ

หยุดทานตอนไหน? : หยุดหลังไข่ตก หรือหยุดทานเมื่อท้องแล้ว (ให้คิดว่าหลังไข่ตกคือเราท้องแล้ว)

ปริมาณที่ทาน? : ดอกคำฝอย 1 หยิบมือ ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ทานทั้งน้ำทั้งดอก

คนท้องทานได้มั้ย? : ท้องแล้วห้ามทานดอกคำฝอย!เพราะสรรพคุณทางยามีฤทธิ์ขับลิ่มเลือด อาจแท้งได้❗️
คนใส่ตัวอ่อนแล้วก็งดนะคะ‼️

✅คลิปครูก้อยแนะนำการดื่มชาดอกคำฝอย
https://youtu.be/TUhooU9ooVk

******************************************
Line 🆔 คลิกสั่งซื้อดอกคำฝอยออแกนิค เกรดA ราคา 250฿ ที่ 👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

18. #แครอท

การรับประทานแครอทเป็นประจำ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์

หากแม่ๆท่านไหนไม่อยากให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพอันเกิดจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ (รวมถึงเซลล์ไข่ด้วย) ก็ควรรับประทานแครอท เพราะสารต้านอนุมูลอิสระในแครอทจะคอยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลายได้ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

หากตั้งครรภ์แล้ว แครอทยังบำรุงสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะแครอทสามารถช่วยบำรุงสุขภาพได้ดีทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ เด็กจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่จะเกิดกับทารกได้อีกด้วย ส่วนตัวคุณแม่ก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคโลหิตจาง และยังกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักให้คุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ด้วย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นเหมือนสารกันแดดจากธรรมชาติช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อีกด้วย

ในแครอทมีธาตุเหล็กและสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะสูญเสียธาตุเหล็กไปมากกว่าปกติในช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง ขาดสมาธิและเป็นโรคโลหิตจางได้ อีกทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดและควบคุมให้ประจำเดือนมาอย่างเป็นปกติ

คำถาม : ทานแครอททุกวัน ตัวจะเหลืองไหม?

คำตอบ: ผลไม้เหล่านี้มีเบต้าแคโรทีนค่ะ เมื่อทานเป็นปริมาณมากๆ จะทำให้เบต้าแคโรทีนไปสะสมได้ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวดูเหลือง ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เป็นข้อดีด้วยซ้ำ เพราะเบต้าแคโรทีนจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังเราโดนสารพิษต่างๆและทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลดลง

 

19. #ปลาตัวเล็กตัวน้อย

เพิ่มแคลเซี่ยมลดภาวะมวลกระดูกบางของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

นอกจากจะทานแคลเซี่ยมเป็นเม็ดแล้ว ปกติครูก้อยก็จะทานปลาตัวเล็กตัวน้อยเสริมเป็นประจำค่ะ หาซื้อมาเตรียมไว้ติดบ้าน แล้วนำมาโรยข้าว หรือโรยบนซุป หรือทานกับข้าวต้มก็ได้ คือทุกวันต้องมี ทานเป็นประจำ เป็นการเสริมแคลเซี่ยมที่หลากหลายด้วยค่ะ

💓ชมคลิปครูก้อยแนะนำประโยชน์ของปลาตัวเล็กตัวน้อยแคลเซี่ยมสูง
👇👇👇
https://youtu.be/NhAH5d1WulQ

🐟สั่งซื้อปลา Indian Anchovy ได้ที่
ที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

20. #หน่อไม้ฝรั่ง

ในหน่อไม้ฝรั่งเต็มไปด้วยคุณค่าครบเครื่องเรื่องโภชนาการ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผักมีประโยชน์สุดยอดขั้นเทพ

เป็นแหล่งรวมของวิตามินเค วิตามินบี โฟเลต วิตามินซี และวิตามินเอ
อุดมไปด้วยวิตามินบี ทั้งบี 1 บี 2 บี 3 และบี 6
มีปริมาณโฟลาซินสูง
เต็มไปด้วยแร่ธาตุ เช่น สังกะสี ทองแดง ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม และเซเลเนียม

มีกากใยสูง ช่วยให้ท้องไม่ผูก
มีโปรตีน ประมาณ 3 กรัมต่อน้ำหนัก 5.3 ออนซ์
ไม่มีไขมันหรือโคเลสเตอรอล
มีปริมาณเกลือต่ำมาก
แต่ละต้นมีแคลอรีน้อยกว่า 4 แคลอรี
สารกลูตาไธโอน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์ไข่ให้สวยสมบูรณ์

#ประโยชน์ของหน่อไม้ฝรั่งต่อสุขภาพ

1. เป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่
หน่อไม้ฝรั่งเป็นหนึ่งในผักไม่กี่ชนิดที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ เรียกว่า อินูลิน ซึ่งเป็นสารประเภทฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ มีลักษณะเฉพาะคือมีรสชาติที่หวาน คล้ายน้ำตาล แต่จะไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารจึงไม่ให้พลังงานและไม่เพิ่มระดับน้ำตาลอินูลินจะไปช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้เพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมๆ กับยับยั้งการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียตัวร้ายที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วง

2. มีประสิทธิภาพในการต้านมะเร็ง
หน่อไม้ฝรั่งเป็นอาหารที่มีกลูต้าไธโอนอยู่มากที่สุด ซึ่งกลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยให้ตับขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

3. ใช้เป็นยาบำรุงในการแพทย์อายุรเวช
อุดมไปด้วยโฟลาซิน ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันภาวะหลอดประสาทของทารกในครรภ์ปิดไม่สนิท (neural tube defects) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตในเด็ก

มีสรรพคุณมากมายในทางยา ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ
ช่วยลดน้ำหนัก…เช่นเดียวกับผักส่วนใหญ่ หน่อไม้ฝรั่งมีน้ำตาลน้อยมาก ไม่มีไขมัน

 

21. #ผักสด

คนวางแผนทองต้องทานผักสดด้วยนะคะ เพราะถ้าเรานำผักไปปรุงอาหารด้วยการผ่านความร้อน โฟลิค ที่อยู่ในผักสดต่างๆก็จะถูกทำลายไป 80 ถึง 90% เลยล่ะค่ะ

ดังนั้นนอกจากจะทานโฟลิกเป็นเม็ดๆ แล้วก็ควรที่จะทานผักสดเสริมทุกๆวันด้วยนะคะ โดยใน 1 วัน ควรมีหนึ่งมื้อที่จะต้องเป็นผักสด 1 ชามใหญ่เลยค่ะ

กุมารแพทย์ ศิริราชพยาบาลแนะพ่อแม่เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมีลูก #โดยเฉพาะฝ่ายหญิงต้องรับประทานผักสด ซึ่งอุดมด้วยโฟเลต ก่อนที่จะตั้งครรภ์ สารนี้ช่วยในการสร้างเซลล์สมองลูกน้อย ในครรภ์ช่วงอายุครรภ์ได้ 4-6 สัปดาห์ หากรับประทานเมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ อาจสายเกินไป

ศ.น.พ.พิภพ จิรภิญโญ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ก่อนตั้งครรภ์ ทั้งสามีภรรยาควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ฝ่ายชายลดละเลิกอบายมุข ออกกำลังกายเพื่อให้สเปิร์มแข็งแรง ส่วนฝ่ายหญิงควรดูแลร่างกายให้สมบูรณ์เต็มที่ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ #โดยเฉพาะผักสด ซึ่งมีวิตามินโฟเลตและวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อการมีการเจริญเติบโตของสมองช่วงตัวอ่อนอายุได้ 4-6 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าพอรู้ว่าตั้งครรภ์ค่อยมากินผักให้มาก ๆ

 

22. #กีวี🥝

กีวีเขียวหนึ่งผลมีไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%

– – มีสารต้านอนุมูลอิสระ – -ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย

– – อีกทั้งวิตามินซีสูงมาก ป้องกันหวัด ชะลอความแก่ค่ะ – – ประโยชน์มากมายกว่าที่คิดใช่มั้ย ☺️

ช่วงวางแผนท้องก้อยแนะนำกีวีเป็นประจำเลยค่ะ #กีวีเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 74% ช่วยทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรค การสร้างเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ มีวิตามินอี ช่วยชะลอความแก่ ปกป้องเซลล์ไข่ของว่าที่คุณแม่ให้สวยสมบูรณ์

เสริมสร้างการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต อีกทั้งมีโฟเลตสูงเหมาะกับคนวางแผนท้องอย่างพวกเราด้วยค่ะ 😁😊

นอกจากนี้ยังทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดแดงมีสุขภาพดี โดยเฉพาะในสตรีมีครรภ์ นะเออ!😉😉😉

#กีวี อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อย่างเช่น วิตามินเอ ซี อี เค บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 9 แคลเซียม โฟเลต เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี แมงกานีส เป็นต้น

และนอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 อีกด้วย ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นอย่างมากสำหรับร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

#สรรพคุณของกีวี
1. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
2. กีวี่เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับยาก กีวีจะช่วยให้คุณหลับง่ายและสบายมากขึ้น
3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
4.โพแทสเซียมจากกีวีช่วยลดความดันโลหิตสูงได้
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจ
5.โฟเลตจากกีวีช่วยในเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ จำเป็นอย่างมากสำหรับมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการทางสมองและระบบประสาทหากขาดโฟเลต และเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์
6. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุ
7. กีวีจะช่วยลดอนุมูลอิสระได้
8. ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท
9. ช่วยซ่อมแซมเซลล์ DNA ที่ถูกทำลายจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเราได้
10. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
11. ทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี
และช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
12. ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายอย่างสะดวกและสม่ำเสมอ
13. ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส
14. ช่วยบรรเทาอาการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย

 

23. #กระเจี๊ยบเขียว

ก้อยมักจะนำมาลวกทานกับน้ำพริกกะปิค่ะ
กระเจี๊ยบเขียวไม่ได้มีดีแค่ใยอาหารสูงเท่านั้น แต่ยังอุดมด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค และธาตุสังกะสี
รวมทั้งยังมีโฟเลตสูงมากด้วย

อย่างที่รู้กันว่าโฟเลตนั้นสำคัญกับร่างกายของคนท้องมาก ที่จริงใครเตรียมตัวจะมีลูก ควรกินโฟเลตเตรียมไว้ก่อนเลย ซึ่งนอกจากจะได้จากวิตามินชนิดเม็ด ก็ยังได้จากการทานพืชผักใบเขียวต่างๆ รวมถึงกระเจี๊ยบเขียวด้วยที่ก็มีโฟเลตสูง

 

24. #ตังกุยสด

หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อสมุนไพร ตังกุย หรือโกฐเชียง เป็นยาสมุนไพรจีนที่ชาวจีนนิยมใช้กันมาก และมีการใช้กันมานานกว่า 2000 ปีแล้ว

ตังกุยดีอย่างไร วันนี้ก้อยขอแนะนาให้ทุกท่านได้รู้จักกันค่ะ ตังกุย (Chinese Angelica) มีชื่อภาษาไทยว่า โกฐเชียง เป็นสมุนไพรจีนที่มีถิ่นกำเนิดที่มณฑลกานซู่ มีการเพาะปลูกเพิ่มที่มณฑลส่านซี เสฉวน ยูนาน เป็นพืชที่อยู่ในป่าเขา พื้นที่หนาวเย็นและฝนตกชุก ตังกุยมีรสหวาน เผ็ด ฤทธิ์อุ่น ออกฤทธิ์ที่อวัยวะหลัก คือ ตับ หัวใจ มดลูก และม้าม มีสรรพคุณ ดังนี้

1. บำรุงเลือด ใช้รักษาภาวะเลือดพร่อง สีหน้าซีดขาวหรือซีดเหลือง เล็บและริมฝีปากซีด เวียนศีรษะ หูอื้อ ใจสั่น นอนไม่หลับ หลงลืมง่าย หรือประจำเดือนมาช้า ปริมาณเลือดมาน้อย สีจางอ่อน หรือประจาเดือนขาดหายไป สีลิ้นซีด เป็นต้น

2. ปรับประจำเดือน ใช้รักษาประจำเดือนมาไม่ปกติ มีภาวะเลือดพร่องและเลือดคั่ง ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด ปวดประจำเดือน

3. ทะลวงเส้นลมปราณ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แก้ปวด ใช้รักษาอาการปวดท้องในภาวะเย็นพร่อง ปวดท้องแบบชอบความร้อน ขี้หนาว หรือบาดเจ็บจากการชกต่อย เกิดรอยฟกช้ำ หรืออาการปวดจากฝีหนอง ขาเบาหวานเน่าเปื่อย

4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ ช่วยการขับถ่าย เหมาะสาหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก ถ่ายแข็ง เนื่องจากเลือดพร่อง ทำให้ลำไส้ขาดความชุ่มชื้น ตังกุยมีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด เช่น Butylidene phthalide β-Pinene Camphene มีวิตามินA B12 E กรดอะมิโน 17 ชนิด และเกลือแร่กว่า 20 ชนิด

จากผลงานวิจัยทางห้องปฏิบัติการพบว่า ตังกุยสามารถกระตุ้นมดลูก ทำให้มดลูกบีบตัว สามารถขยายและเพิ่มปริมาณการไหลเวียนของเลือดในมดลูก จึงทำให้มดลูกอุ่น อีกทั้งยังทดลองกับหลอดเลือดหัวใจในหนู สามารถต้านการก่อตัวของลิ่มเลือด กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบิน เป็นต้น

ตังกุยเป็นอีกตัวที่ครูก้อยทานบ่อยๆ มักจะนำตังกุยสดมาตุ๋นกับไก่ดำค่ะ (ลองไปดูเมนูนี้ที่เพจ #ครูก้อยเข้าครัว นะคะ) ตังกุยเป็นสมุนไพรจีนช่วยบำรุงเลือด และฮอร์โมนสตรี มีฤทธิ์อุ่น ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงผนังมดลูกได้ดี

แต่!!คนที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆห้ามทานนะคะ มันมีฤทธิ์ร้อนเกินไปค่ะ ให้คนที่อยากท้องและคนท้อง4 เดือนขึ้นไป รวมถึงคนที่คลอดแล้วทานบำรุงค่ะ

การรับประทานตังกุย ใช้ต้มน้ำดื่ม ครั้งละ 5-15 กรัม โดยใช้ร่วมกับตัวยาอื่นเพื่อตั้งเป็นตำรับยา หรือใช้ทำเป็นอาหาร ตุ๋นกับเนื้อสัตว์ หรือต้มกับข้าวทำเป็นโจ๊กก็ได้ ตัวอย่างเช่น นำตังกุยกับขิงสดตุ๋นกับเนื้อแกะ เป็นสูตรของปรมาจารย์แพทย์จีนจางจ้งจิ่ง ที่ได้บันทึกไว้เมื่อกว่า 2000 ปีที่แล้ว ช่วยอุ่นกระเพาะอาหาร บำรุงเลือด ขับความเย็น แก้ปวด ใช้รักษาภาวะอ่อนเพลีย อาการปวดท้อง หรือสตรีหลังคลอดที่มีอาการปวดท้องจากเลือดพร่องและความเย็น มีลักษณะปวดเกร็ง ชอบกด ชอบความร้อน

ชาวจีนจัดให้ตังกุยเป็นยาวิเศษในการบำรุงเลือด ปรับประจำเดือน และเป็นยาสำคัญที่แพทย์จีนมักใช้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและสลายเลือดคั่ง การเลือกใช้ส่วนของตัวยาตังกุย รากแก้วจะมีฤทธิ์บารุงเลือดดี ส่วนรากฝอยจะมีฤทธิ์สลายเลือดคั่ง จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาการนะคะ

 

25. #น้ำ (ไม่เย็น)

ดื่มให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 8 แก้ว (ไม่นับรวม 4 แก้วตอนตื่นนอน) คนวางแผนท้องไม่ควรดื่มน้ำเย็นนะคะเพราะจะทำให้มดลูกเย็นเราควรทำให้มดลูกอุ่นเข้าไว้เพื่อที่จะได้ติดลูกง่ายขึ้นนะคะ😊

การดื่มน้ำที่ถูกวิธีนั้น..ให้ทยอยดื่มระหว่างวัน 2 ชั่วโมงต่อหนึ่งแก้ว ไม่ควรดื่มบุกทีเดียวมากๆ

ในรูปคือน้ำ 4 ขวดปริมาณเกือบ 2 ลิตร
เอาเป็นว่า..ให้ว่าที่คุณแม่ดื่มให้ได้ 4 ขวดแบบนี้ต่อวันนะคะ เพราะน้ำเป็นสารอาหารที่จำเป็นที่สุดสำหรับร่างกาย คุณแม่ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

วิธีการสังเกตว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ ให้ดูจากสีปัสสาวะ หากเป็นสีเหลืองจางๆ แสดงความคุณแม่ดื่มน้ำเพียงพอ แต่หากปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้มมาก แสดงว่าร่างกายขาดน้ำ

เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของเลือดและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลำเลียงออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย

เริ่มที่น้ำให้ได้นะคะ ทำให้ได้นะ เพราะเป็นสิ่งที่ง่ายและราคาถูกที่สุดแล้วค่ะ😊✌️

 

26. #น้ำผักผลไม้ปั่น

ส่วนตัว ครูก้อยปั่นดื่มทุกวันเลยค่ะ เลือกใช้ผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และผักผลไม้มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงเช่น บีทรูท แครอท มะเขือเทศ มะนาว แอปเปิ้ลเขียว ส้ม เสาวรส จะ นำมาปั่นกับน้ำเปล่าไม่เย็นและไม่ผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลหรือเพิ่มความหวานใดใดลงไปเลย ก้อยจะไม่เน้นผลไม้ที่มีรสหวานนะคะ และจะเติมผง Pure Red + Pure green ลงไปด้วย ซึ่งเป็นผงที่สกัดมาจาก

Pure Red : ทับทิม มะเขือเทศ บีทรูท แครอท
Pure Green : อัลฟัลฟ่า สไปรูลิน่า วีทกราส มะรุม

คนที่วางแผนท้องควรหลีกเลี่ยงหรือลดความหวานค่ะ เพราะความหวานจะส่งผลทำให้เลือดเป็นกรดและนำไปสู่การทำให้เซลล์ไข่ไม่มีคุณภาพ รวมถึงทำให้วงจรการตกไข่ผิดปกติ และนำไปสู่ภาวะ PCOS หรือภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังได้

ถ้าเราสามารถทานผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวได้เองสดๆก็ไม่จำเป็นต้องปั่นค่ะ เพราะการปั่นอาจจะทำให้สูญเสียวิตามินไปบ้าง แต่มันก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถทานแครอทเป็นหัวๆ หรือกินมะเขือเทศเป็นผลๆได้😅

ครูก้อยแนะนำให้ปั่นน้ำผักผลไม้แบบไม่แยกกากนะคะเพราะเราจะได้ทานกากใยอาหารไปด้วยแบบเต็มๆ
ถือเป็นการเพิ่มไฟเบอร์และช่วยในการขับถ่ายด้วย

ควรดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นตอนท้องว่างค่ะ เช่นก่อนอาหารเช้า /ช่วงบ่าย /หรือช่วงก่อนนอน เพราะตอนท้องว่างวิตามินต่างๆนั้นดูดซึมได้ดีที่สุด

รสชาตินั้นไม่ต้องถามนะคะ😅 สำหรับครูก้อยคืออร่อย สดชื่นค่ะ เราเน้นที่ประโยชน์ของมันค่ะ สู้สู้นะคะ ลองไปทำดูค่ะ✌️✌️

*********************************************
✅คลิปน้ำผักผลไม้ปั่นสูตรบำรุงไข่
https://youtu.be/5WGCuOQekd4

 

27. #แอปเปิ้ลเขียว

คุณประโยชน์มากล้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มคนรักสุขภาพเห็นจะเป็นแอปเปิ้ลสีเขียว ที่ดูเหมือนว่าจะมีรสชาติที่เปรี้ยวที่สุด เมื่อเทียบกับแอปเปิ้ลสีอื่น ๆ อย่างเช่น สีแดง และสีทอง แต่หากมองในเรื่องของคุณประโยชน์แล้ว จะพบว่าในแอปเปิ้ลสีเขียวนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย ซึ่งได้แก่

1. แอปเปิ้ลเขียว อุดมไปด้วยไฟเบอร์
ในแอปเปิ้ลสีเขียว อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่มากล้น หากคุณรับประทานแอปเปิ้ลเขียวอย่างเป็นประจำ ย่อมส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายอย่างแน่นอน และด้วยความที่แอปเปิ้ลเขียว เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร แต่ให้พลังงานเพียงน้อยนิด ทำให้แอปเปิ้ลเขียวถูกนำมาจัดอยู่ในหมวดของผลไม้ควบคุมน้ำหนัก ทำให้ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักส่วนใหญ่ สมควรหามารับประทานเป็นประจำอย่างมากที่สุด

2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กลัวความแก่ หรือกลัวว่าจะเกิดโรคร้าย อย่างเช่น โรคมะเร็ง ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แอปเปิ้ลเขียวจึงเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่คุณไม่ควรพลาดที่จะหามารับประทาน เพราะในแอปเปิ้ลเขียวนั้น เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากกว่าแอปเปิ้ลสีอื่น หลายเท่าตัวเลยทีเดียว และหากเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ ด้วยแล้ว เราจะพบว่านี่คือแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีจำนวนมาก และมีประโยชน์อย่างสูงสุด (การทำให้ไข่สมบูรณ์คือการป้องกันเซลล์ไข่จากอนุมูลอิสระ)

3. ลดการสูญเสียกล้ามเนื้อ
โดยการบริโภคแอปเปิ้ลสีเขียวเป็นประจำ เพราะในแอปเปิ้ลสีเขียวนั้นประกอบไปด้วย กรดบางชนิดที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ในการเพิ่มพลังและสร้างความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อของเราโดยตรงนั่นเอง

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าคนที่ท้องอ่อนอ่อนหรือวางแผนจะมีน้องก็ไม่ควรที่จะออกกำลังกายหักโหมดังนั้นช่วงนี้เราอาจจะมีกล้ามเนื้อน้อยไปหน่อยนั่นเอง

4. มีวิตามินที่จำเป็นสำหรับผิวพรรณ
นอกจากเรื่องของสุขภาพแล้ว เรื่องของความสวยความงาม แอปเปิ้ลเขียวก็มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากแอปเปิ้ลเขียว เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ อย่างเช่น วิตามิน C ซึ่งค้นพบว่าในแอปเปิ้ลเขียว จะมีมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ บางประเภทเสียด้วยซ้ำไป

ทั้งหมดนี้นับได้ว่าเป็นเหตุผลและเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานอย่าง แอปเปิ้ลสีเขียว ถึงได้รับความนิยมอย่างมากมายจากคนที่รักสุขภาพ และยิ่งไปกว่านั้นด้วยคุณค่าทางอาหาร และราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ผลไม้ชนิดนี้จึงเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิด ที่เราควรซื้อมาติดไว้ในตู้เย็น เพื่อรับประทานอย่างเป็นประจำให้ได้มากที่สุด

 

28. #งาดำ

งาดำ (Black sesame seeds) เป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สามารถรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และหากรับประทานเป็นประจำ ร่างกายก็จะแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ได้รับประทาน

📣สรรพคุณของงาดำ

งาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยบำรุงผิวให้สดใสอยู่เสมอ เนื่องจากงาดำมีเซซามีน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากนั่นเอง ช่วยชะลอความแก่ของเซลล์แน่นอนว่า “ไข่” ก็เป็นเซลล์ในร่างกาย และ #ไข่เป็นเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายของผู้หญิงอีกด้วย ดังนั้นการทานงาดำเป็นประจำ ก็ช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ไข่ได้อีกด้วย

สรุป 👉กินงาดำ ไข่สวยนะจ๊ะ

✅ในงาดำยังมีโปรตีนสูงบางชนิดซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ ช่วยลดความเครียด บำรุงระบบประสาทและสมองทำให้หลับพักผ่อนสบาย

แคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูก คนวางแผนท้อง คนท้องควรทานเป็นประจำ

งาดำมีสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมและบำรุงผิว ทำให้ผิวไม่เหี่ยวแห้ง บำรุงเส้นผมให้ดำเงางามและแข็งแรง ป้องกันการเกิดผมหงอก

ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
งาดำช่วยป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ช่วยขยายหลอดเลือด
ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันลิ่มเลือด

งาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

งาดำมีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและยังช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ร่างกายจึงแข็งแรงต่อเชื้อโรค

ป้องกันโรคหวัด โรคเหน็บชา ตะคริว

✅คนบำรุงไข่ ก่อนท้องทานวันละ 3-4 ช้อนชา

การรับประทานงาดำแบบป่นดีต่อระบบย่อยอาหารที่สุด แต่งาแบบป่นมักจะเป็นเชื้อราได้ง่ายกว่างาชนิดอื่นๆ จึงต้องเก็บรักษาดีๆ ต้องเก็บไว้ให้พ้นความชื้น อากาศ ความร้อนและแสงแดด เพราะเชื้อราทำให้เกิดอาการติดเชื้ออื่นๆ ได้

📌สตรีมีครรภ์ในไตรมาสแรก อาจจะต้องงดไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อรา (กรณีเก็บรักษางาดำไม่ดี)

ภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย เช่น วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในทุกส่วน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงให้นมบุตร และหญิงวัยทองได้อีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์และกำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นคือแคลเซี่ยมที่พบมากในงาดำ

เพราะแคลเซียมมีความจำเป็นในการสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อย หากคุณแม่รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมได้อย่างเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานแคลเซียมเม็ด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอ

ปริมาณแคลเซียมที่แม่ท้องต้องการ : วันละ 1,000 มิลลิกรัม คนวางแผนท้องก็เช่นกันค่ะ

นอกจากในงาดำที่พบแคลเซียมสูงแล้ว ยังมีอยู่ในนม เนย โยเกิร์ต ซีเรียล ชีส แซลมอน ผักโขม น้ำผลไม้ เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ปลาตัวเล็กที่ทานได้ทั้งตัว และผักใบเขียว

และเพื่อให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ว่าที่คุณแม่ และคนท้องยังต้องการวิตามินดีเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยสามารถรับวิตามินดีได้จาก แสงแดด ตับ ไข่แดง ปลาทะเล และน้ำผลไม

ส่วนตัวครูก้อยมักนำงาดำมาใส่ในอาหารอย่างอื่น เช่น โรยในจานข้าว เช๊คกับตัวโปรตีนเสริมอาหาร ชงกับนมแพะ หรือนมอัลมอนด์อุ่นๆ การรับประทานงาดำเปล่าๆ เป็นเมล็ดจะต้องเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อให้เม็ดงาแตกออก ร่างกายจึงจะดูดซึมสารอาหารจากงาดำได้ดี ดังนั้นครูก้อยแนะนำให้ทานเป็นงาดำคั่วบดเลยจะดีที่สุดค่ะ

สำหรับคนวางแผนท้องควรรับประทานงาดำวันละ 3-4 ช้อนชา

ส่วนคุณแม่ท้องในช่วงไตรมาสที่ 2 ทานงาดำเป็นประจำช่วยให้ลูกน้อย ผิวสวย และผมดก ด้วยค่ะ

อาจจะนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
จะให้แคลเซียมที่สูงกว่านมวัวถึง 6 เท่า และยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอีกมากมายเลยทีเดียว

✅คลิปนมแพะผสมงาดำ เวฟอุ่นๆ

https://youtu.be/CNK2cFGY_pA

✅ คลิปเช๊คงาดำลงในตัวโปรตีนเสริมอาหาร
https://youtu.be/G_mFiJZ56yk

*********************************************
Line 🆔 คลิกสั่งซื้องาดำออแกนิค คั่วเตาถ่าน ที่ 👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

29. #น้ำขิง

“ขิง” ถึงเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเผ็ดร้อน มีฤทธิ์ร้อน คนอยากท้องควรทานเป็นประจำเพื่อช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดี ช่วยทำให้มดลูกอุ่น

ขิงจัดว่าเป็นยอดสมุนไพรที่มีประโยชน์ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงอุดมไปด้วยแร่ธาตหลากชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 ที่ดีต่อสุขภาพ

ยิ่งในช่วงที่มีอาการเปลี่ยนแปลงบ่อย “น้ำขิง” เหมาะเป็นเครื่องดื่มเพื่อรักษาสุขภาพสำหรับแม่ตั้งครรภ์ได้ดี เพื่อช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ขับเสมหะ และยังสามารถช่วยลดอาการเป็นไข้ตัวร้อนได้อีกด้วย

น้ําขิงกับคนท้องอ่อน, คนท้องกินน้ําขิงได้ไหม
คนท้องกินน้ำขิงได้ไหม?

สำหรับแม่ท้อง การได้รับประทานขิงสด การดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ หรือนำขิงมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร จะช่วยคุณแม่ได้ตลอดระยะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะแม่ท้องอ่อนที่เริ่มมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งน้ำมันหอมระเหยในขิงช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ และยังช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม ช่วยลดอาการบวมน้ำที่มักพบบ่อยในระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงในขิงยังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยในการบำรุงเลือด แก้อาการอ่อนเพลีย และแก้อาการโลหิตจางของแม่ท้องได้

นอกจากนี้ในน้ำขิงยังมีแคลเซียมที่ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แก่เด็ก และป้องกันโรคกระดูกพรุนในแม่ท้อง แถมยังมีสารช่วยต้านโรคมะเร็งอีกด้วย หากคุณแม่ไม่ชอบดื่มรสชาติของน้ำขิงเปล่า ๆ ลองเลือกทานเต้าฮวยน้ำขิง หรือบัวลอยน้ำขิงก็ได้ แถมได้ประโยชน์จากงาดำและเต้าหู้เพิ่มขึ้นด้วย

“ขิง” ยังเหมาะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรสำหรับคุณแม่ในช่วงใกล้คลอดและหลังคลอดที่ต้องเตรียมให้นมลูกได้เป็นอย่างดี เพราะขิงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีด้วย ซึ่งความเผ็ดร้อนของขิงคุณแม่ไม่ต้องกังวลไปว่าจะส่งผลไปถึงลูกน้อยหรือเปล่า เพราะรสชาติของน้ำขิงนั้นจะหยุดอยู่แค่เพียงระบบย่อยอาหารเท่านั้น

ทั้งนี้การรับประทานขิง หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากขิงนั้นมีประโยชน์สำหรับแม่ ๆ แต่ในขณะตั้งครรภ์ ก็ไม่ควรที่จะรับประทานบ่อยหรือในปริมาณที่มากเกินไปนะคะ และควรรับประทานควบคู่กับโภชนาการที่ดี เพื่อให้มีประโยชน์สูงสุดในการบำรุงในช่วงตั้งท้องนี้

สำหรับตัวครูก้อย มักดื่มน้ำขิงเพื่อทำให้มดลูกอุ่น ทุกวันค่ะ และเน้นทานบ่อยช่วงเตรียมผนังมดลูกก่อนใส่ตัวอ่อนค่ะ ชอบดื่มเป็นขิงดำ จะมีสรรพคุณทางยาเข้มกว่าขิงธรรมดาค่ะ นอกจากนี้ยังนำขิงซอยมาผัดกับอกไก่หรือไม่ก็ทำเป็นไข่หวานน้ำขิงทานอยู่บ่อยๆค่ะ😊

คลิปครูก้อยแนะนำการทานขิงดำ 👉 https://youtu.be/u1VhsGnKrog

 

30. Pure Green💚(Alfalfa,Wheatgrass,Spirulina,Moringa)

-Boost Fertility
-Rich in Protein and Amino Acid
-Enhance Egg Quality
-Help Cleansing Blood and Enhance Oxygen Flow

เพิ่มภาวะการเจริญพันธุ์
มีโปรตีนและกรดอะมิโนสูง
ช่วยเสริมสร้างไข่ให้สมบูรณ์มีคุณภาพ
ทำให้เลือดสะอาด และเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนดี ปรับสมดุลย์ฮอร์โมนในการตั้งครรภ์

👉Pure Green 💚 เพิ่มภาวะการเจริญพันธุ์ (เน้นหญิง)

❇️สไปรูลิน่า เป็นแหล่งโปรตีนและกรดอะมิโนที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับหญิงที่ต้องบำรุงร่างกายเตรียมตัวตั้งครรภ์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพของไข่

สาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นสาหร่ายเซลล์สีเขียวแกมน้ำเงิน ถูกค้นพบว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง มีโปรตีนสูงถึง 70 % โดยน้ำหนักแห้ง มีกรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิด ซึ่งโปรตีนของสไปรูลิน่ามีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ สาหร่ายสไปรูลิน่า จึงได้รับเลือกจากองค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกา (NASA) ให้ใช้เป็นแหล่งโปรตีนของนักบินอวกาศ

สไปรูลิน่ามีวิตามินที่มีคุณค่าต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินซี บี 1 บี 2 บี 12 และวิตามินอี นอกจากนี้ สไปรูลิน่าอุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็นหลายชนิด เช่น แกมมาไลโนเลนิก(Gamma-linolenic Acid: GLA) ซึ่งมากกว่าน้ำมันพริมโรส 3 เท่า มีผนังเซลล์ที่นิ่ม อ่อนบาง จึงดูดซึมและย่อยง่ายกว่าสาหร่ายชนิดอื่นๆ สไปรูลิน่าได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เป็นแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพ เพิ่มภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกายส่งเสริมให้สุขภาพดีขึ้น

❇️อัลฟัลฟ่า มีคลอโรฟีลด์และสารแคโรทีนที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ต้องการ การฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการบำรุงเซลล์ไข่บำรุงเซลล์ไข่สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว

อัลฟัลฟ่ามีสารไฟโตเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงโดยสารที่จัดเป็นสารประเภทไฟโตรเอสโตรเจนที่มีอยู่ในอัลฟัลฟ่าได้แก่ Isoflavones, Coumestans และสาร Lignans ช่วยลดปัญหาของสตรีในช่วงมีประจำเดือน

ช่วยกำจัดของเสีย ขับสารพิษออกจากร่างกาย ขับสารพิษออกจากเลือดและอวัยวะภายใน ลดการตกค้างของของเสียในเซลล์

ช่วยทำให้เลือดสะอาด และไหลเวียนได้ดีขึ้น สารซาโปนินจะช่วยลดการอุดตันของเกล็ดเลือดในเส้นเลือดฝอย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ส่งผลทำให้ผิวพรรณผ่องใส ลดปัญหาสิวเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพที่ดีตามมา มันจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์

ช่วยลดระดับน้ำตาลและปรับระดับน้ำตาลในเลือด ทุเลาภาวะ PCOS (ไข่ไม่ตกเรื้อรัง)

ดีท้อกลำไส้ ขับถ่ายสะดวก เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้

❇️วีทกราส คือต้นอ่อนข้าวสาลีนั่นเอง จากการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารในต้นอ่อนข้าวสาลี พบว่า ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ถึง 70% (คลอโรฟีลด์จัดเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ) ซึ่งเป็นสารมีสูตรโครงสร้างใกล้เคียงกับฮีม (heme) สารที่ร่างกายนำไปใช้ในการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง จนได้ชื่อว่าเป็น “เลือดสีเขียว (Green Blood)
มีงานวิจัยพบว่าการรับประทานน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี วันละ 30 – 100 มล. ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดและลดภาวะโลหิตจาง

นอกจากนั้นยังพบวิตามินซีและอี แร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม กรดอะมิโนกว่า 17
และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ผู้ที่ดื่มน้ำวีทกราสเป็นประจำจะเพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มวิตามินซี เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ superoxide dismutase
ซึ่งส่งผลให้เซลล์สวย รวมถึงเซลล์ไข่ด้วย

ในอาสาสมัครที่ได้รับสารก่ออนุมูลอิสระ BPA (biphenol-A) ผ่านทางสิ่งแวดล้อม เมื่อให้ดื่มน้ำวีทกราส วันละ 100 มล. ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ พบว่าปริมาณสาร BPA ในปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เพิ่มออกซิเจนในเลือด ล้างระบบเลือด ทำให้เลือดสะอาดปรับสมดุลฮอร์โมนสตรี (โดยเฉพาะ fsh ) ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ให้สารต่อต้านอนุมูลอิสระแก่เซลล์

❇️มอริงก้า (มะรุม) พืชมหัศจรรย์ คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค!

มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ และมีโปรตีนสูง (ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า) อีกทั้งยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายได้ เป็นซูเปอร์ฟู้ด ที่คนเตรียมตัวตั้งครรภ์ควรรับประทานเพื่อบำรุงไข่ และช่วยเสริมให้ร่างกายมีความพร้อมและแข็งแรง

ผลการวิจัยจาก คณาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งทดลองระดับเซลล์พบว่า มะรุม(Moringa)นั้นมีฤทธิ์ ที่น่าสนใจซึ่งออกฤทธิ์ในทางบวกกับร่างกายของสิ่งมีชีวิต เช่น มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันตับอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านออกซิเดชัน มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์สูง ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านการเกิดเนื้องอก และต้านมะเร็ง

‼️สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน‼️

📌คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร : การใช้ราก, เปลือกไม้, หรือดอกมะรุม ถูกจัดว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัย หากคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ เนื่องจากสารในส่วนของต้นไม้เหล่านี้อาจทำให้มดลูกบีบรัดตัว ซึ่งจะทำให้แท้งบุตรได้ อีกทั้ง ณ ขณะนี้ยังคงขาดข้อมูลที่เกี่ยวกับความปลอดภัยจากการใช้ส่วนอื่นๆ ของต้นมะรุมกับกลุ่มผู้หญิงมีครรภ์ ดังนั้นคนในกลุ่มดังกล่าวควรเลี่ยงใช้มะรุมเพื่อความปลอดภัย

มะรุมถูกบริโภคเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนมของมารดาดังที่งานวิจัยบางชิ้นกล่าวไว้ แต่ ณ ขณะนี้ยังคงไม่มีข้อมูลพิสูจน์ว่ามะรุมมีความปลอดภัยต่อผู้ที่ต้องให้นมบุตรจริงหรือไม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรเลี่ยงการบริโภคมะรุมขณะที่กำลังให้นมบุตรไปจะดีที่สุด

*********************************
วิธีรับประทาน
👉1 ซอง ทานได้ 2 เดือน (วันละ 1-2 ช้อนชา)

👉ชงกับน้ำเปล่าดื่มตลอดวัน ผสมลงในน้ำผักผลไม้ปั่น เครื่องดื่มต่างๆ หรือผสมในซุป

**หญิง 👉กินทั้งแดง+เขียว ❤️💚ไข่สวย ระบบเลือดดี เตรียมพร้อมตั้งครรภ์

**ชาย 👉กินแดง ❤️ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของสเปิร์ม ช่วยให้เสปิร์มแข็งแรง ว่ายเร็ว

👉ระหว่างวันชง pure red + green ดื่มแทนน้ำนะคะ ให้ได้น้ำวันละ 2 ลิตร( 4 ขวดเล็ก)
ชงแดง 2 ขวด ชงเขียว 2 ขวด กินแทนน้ำเลย ขวดละ 1 ช้อนชา

*******************************
❇️ราคาซองละ 550 บาท 100 กรัม

งานวิจัยวีทกราส มหาวิทยาลัยมหิดล
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/…/%E0%B8%99%E0%B9…/

สรรพคุณของอัลฟัลฟ่า
https://medthai.com/อัลฟัลฟ่า/

วิธีการชง 👉https://youtu.be/WUt5fsCENRs

สั่งซื้อผง Pure green ที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

31. Pure Red❤️
(Beetroot ,Carrot,Tomato,Pomegranate)

-High in Folate and Folic Acid
-Improve Blood Flow to Uterus
-Rich in Vitamin C and E which is essential for healthy Sperm
-Contain high level of Antioxidants

มีโฟเลทและกรดโฟลิคสูง
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในมดลูก
มีวิตามิน C และ E สูง ซึ่งเป็นวิตามินที่สำคัญต่อการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของเสปิร์ม
มีสารแอนตี้ออกซิแด๊นท์สูง

📣สำหรับว่าที่คุณแม่คุณพ่อที่เตรียมพร้อมตั้งครรภ์

👉Pure Red ❤️ ช่วยเสริมภาวะการเจริญพันธุ์ทั้งหญิงและชาย

❇️ทับทิม มีโฟเลทและกรดโฟลิคสูง มีสารแอนตี้ออกซิเเด๊นท์ ช่วยให้เซลล์ไข่สวย

❇️บีทรูท เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในมดลูก เหมาะกับคนที่วางแผนจะทำ IVF,ICSI

หัวบีทรูท มีสารสีแดงที่มีชื่อว่า บีทานิน (Betanin) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน เป็นตัวช่วยยับยั้งและลดการเติบโตของเนื้องอกได้ แถมยังทำให้เลือดลมและระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารสีม่วงที่มีชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
จึงช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย

การดื่มน้ำบีทรูทเป็นประจำจะช่วยป้องกันโลหิตจาง และยังเสริมสร้างพละกำลังและความแข็งแรง ลดอาการเหนื่อยล้าจากการออกกำลัง ทำให้อึดทนทานมากขึ้นถึง 16%

❇️แครอท มีเบต้าแคโรทีน จัดเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ช่วยให้ไข่สวย เสปิร์มแข็งแรง เพิ่มปริมาณและคุณภาพของเสปิร์ม

❇️มะเขือเทศ มีไลโคปีน มีงานวิจัยชี้ว่าช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้ถึง 70% ทำให้เสปิร์มแข็งแรง ว่ายเร็ว ลดอัตราเสปิร์มที่ผิดปกติ
**********************************************

สั่งซื้อผง pure red ที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

32. #โปรตีนเสริมอาหาร

แนะนำให้ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์โดยเฉพาะคนที่เตรียมตัวจะเก็บไข่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วทานอาหารโปรตีนสูงให้เพียงพอ ประมาณ 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

(เช่น น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ควรทานโปรตีนให้ได้ 75 กรัมที่เป็นสารอาหาร)

โปรตีนที่ได้รับควรเป็นโปรตีนจากพืชและสัตว์ เช่น ปลา ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ให้เพิ่มมากขึ้น

ครูก้อยแนะนำทานนมแพะแทนนมวัวนะคะ เป็นโปรตีนที่โมเลกุลย่อยง่ายคล้ายนมแม่ มีวิตามินสูง แลคโตสต่ำ ลดปัจจัยที่จะก่อให้เกิดภาวะ PCOS (ไข่ไม่ตกเรื้อรัง)

💗โปรตีน Ferty เสริม 1 ซอง = สารอาหารโปรตีน 25 กรัม

👉แนะนำทานเสริมอาหารวันละ 2 ซอง (50 กรัมต่อวันค่ะ) เช๊คนมแพะ นมอัลมอนด์ เพิ่มงาดำ เพื่อไข่อ้วนโต ผนังมดลูกหนาตัวพร้อมฝัง

👉กระตุ้นไข่ 2 ซอง
👉เตรียมผนัง 2 ซอง (ถ้าผนังบางอัด 3 ค่ะ)
👉ใส่ตัวอ่อนแล้ว ลดเหลือ 1 ซอง
👉ท้องแล้วทานต่อเพื่อบำรุงครรภ์ได้เลย 1 ซอง ให้นมทานได้เลยค่ะ

💓Ferty ผลิตจากโปรตีนคุณภาพดี จากหลายแหล่ง และส่วนใหญ่เป็นโปรตีนที่มาจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ชิกพี (ถั่วลูกไก่) และโปรตีนจากข้าว (Rice Protein) มีส่วนผสมของสารอาหารครบครันถึง 33 ชนิด

⭕️มัลติวิตามิน
⭕️กรดอะมิโน
⭕️คอลลาเจน
⭕️เบต้ากลูแคน
⭕️โฟลิค
⭕️Q10 30 mg
⭕️และมี Inositol ซึ่งเป็นสารบำรุงไข่ ถึง 150 mg

ใน 1 กล่อง มี 4 รส

🍫รสช็อคโกแลต
🌾รสวนิลานมข้าว
🍈รสเมล่อนญี่ปุ่น
🍓สตรอเบอร์รี่

❌Ferty ไม่ใช่ Whey Protein แต่เป็น Plant base Protein

❌ไม่มีนมวัว🐄 ❌ไม่มีแลคโตส
🚫ไม่มีกลูเต็น ⛔️ไม่เติมน้ำตาล
(ใช้หญ้าหวาน และซูคราโลส เป็นสารทดแทนความหวาน)

…FERTY…
♦️ให้โปรตีนสูงถึง 90% ในรูป Isolate Soy Protein คงคุณค่าของไฟโตเอสโตรเจนจากถั่วเหลือง ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน
♦️ให้โปรตีนสูงจากชิกพี (ถั่วลูกไก่) ที่มีงานวิจัยชี้ว่าให้สาร Phenolic ในกลุ่ม ฟลาโวนอยด์สูง จัดเป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์
♦️อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
♦️วิตามินและแร่ธาตุจำเป็นสำหรับผู้หญิงวางแผนท้องกว่า 13 ชนิด เช่น C,E,D3,K,B1,B2,B3,B5,B6,B7, B12, โฟลิค

👉โฟลิค จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ช่วงสามเดือนแรกหากร่างกายขาดโฟลิคอาจส่งผลให้ทารกพิการทางสมองและระบบประสาทไขสันหลังได้

👉วิตามิน D สร้างความแข็งแรงของกระดูกให้แก่ทารกในครรภ์ และมีงานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงที่ได้รับวิตามินดีจะเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนและมีโอกาสตั้งครรภ์สูง กว่าผู้หญิงที่ไม่ได้รับวิตามินD

👉Q10 30 mg เป็นแหล่งพลังงานกระตุ้นการทำงานของไมโตคอนเดรียทำให้เซลล์ไข่ กลับมาคืนสภาพเต่งตึงพร้อมปฏิสนธิ งานวิจัยพบว่า Q10 ช่วยทำให้คุณภาพของเซลล์ไข่ดีขึ้นและอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเมื่อรับประทานวันละ 30 mg ขึ้นไป เพื่อฟื้นฟูสภาพเซลล์สืบพันธุ์

👉 Inositol ซึ่งเป็นสารบำรุงไข่ 150 mg งานวิจัยชี้ชัดว่า สามารถบำรุงไข่ให้อ้วนโต และช่วยแก้ปัญหา PCOS (ภาวะไข่ไม่ตก ไข่ใบเล็ก)

♦️สารสกัดจากทับทิม โกจิเบอร์รี่ และแครอท ที่อุดมด้วยแคโรทีนและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านความเสื่อมให้กับเซลล์
♦️BCAA กรดอะมิโนจำเป็น เสริมสร้างการสังเคราะห์โปรตีน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแรง (รวมถึงมดลูกด้วย) เตรียมพร้อมในการตั้งครรภ์
♦️L- Arginine กรดอะมิโนจำเป็นช่วยกระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน ซึ่งมีความสำคัญในคนท้องมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
♦️มีกรดไขมันดี จากเมล็ดแฟล็ก (flaxseed oil ) และน้ำมันเมล็ดทานตะวัน ที่ให้โอเมก้า 3-6-9 สูง (ไขมันดีเป็นตัวสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ไขมันดีเป็นส่วนประกอบขอเรื่องหุ้มเซลล์ไข่ที่ช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ไข่เกิดความเสียหาย และไขมันดีมีความสำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมองของทารก)
♦️ FOS Fiber จากผัก Chicory ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ส่งเสริมระบบย่อยอาหารของคุณแม่ตั้งครรภ์ลดอาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์
♦️ เบต้ากลูแคน จากยีสต์ ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน

🔔ประโยชน์ของโปรตีนที่คนวางแผนท้องต้องรู้

✅ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
✅ช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย
✅ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายในกรณีร่างกายขาดพลังงาน
✅ช่วยสร้างฮอร์โมนต่างๆรวมถึงฮอร์โมนเพศ และสร้างน้ำนม รวมไปถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย
✅ช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด เนื้อเยื่อ และเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมไปถึงความเป็นกรดด่างของร่างกายด้วย

💓ศึกษาส่วนประกอบในโปรตีน ferty เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างละเอียด คลิกอ่านที่
👇👇👇👇
https://www.babyandmom.co.th/protein-preg-enhancing

💓คลิปครูก้อยแนะนำสารอาหารในโปรตีน Ferty
👇👇👇👇👇
https://youtu.be/yD8uIDE23ag

‼️Live ทำไมคนวางแผนท้องต้องทานโปรตีน
ทำไมต้องโปรตีน Ferty?
👇👇👇👇
https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/videos/2724484214445312?sfns=1

อย่าลืมทานอาหารอื่นๆที่ให้โปรตีนให้ครบตามน้ำหนักของเราด้วยนะค้า เพื่อความพร้อม ความสมบูรณ์ของร่างกายในการเตรียมตัวตั้งครรภ์ เช่น ไข่ต้ม นมอัลมอนด์ นมแพะ ปลา เมล็ดฟักทอง อะโวคาโด้ งาดำ ถั่วต่างๆ

💓สั่งโปรตีนเสริมสำหรับผู้หญิงวางแผนท้องที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

 

33. #นมแพะ

🎉🎉สิ้นสุดการรอคอย นานหน่อย แต่คุ้มค่าาา💓
ล่าสุดครูก้อยจับมือกับศิริชัย แบรนด์นมแพะยักษ์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ผลิต #นมแพะชั้นดี #คัดเกรดหัวนม #สำหรับกลุ่มคนท้องโดยเฉพาะ และมีจำหน่ายที่เดียว! ที่เพจ BabyAndMom.co.th เท่านั้นจ้าาา ดีลสิ่งที่ดีที่สุดมาให้แม่ๆในเพจของครูก้อย ได้ดื่มของดี #เกรดพรีเมี่ยม ที่ผ่านการ #คัดเกรดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงสุด มาบรรจุไว้ในกระป๋องนี้ เห็นเล็กๆ แบบนี้..แต่มันมีสารอาหารเยอะมากกกกกกกก วันละ 2 ป๋อง คือจบ! หอมมมมม ไม่สาป รสชาติดี😋 เป็นนมแพะ 100%

วางแผนท้อง อยากบำรุง เราจะ⛔️ไม่ดื่มนมวัวกันนะคะ🚫🐄 เพราะในนมวัวมีน้ำตาลสูงกว่านมแพะ และเสี่ยงต่อภาวะ PCOS ไข่ไม่ตกเรื้อรัง แถมยังโมเลกุลใหญ่ ย่อยยาก ตกค้างในลำไส้ ก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่านมแพะถึง 23%

👉นมแพะมีสารอาหารที่ธรรมชาติมาก เพราะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” แบบเดียวกับนมแม่ ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติหลุดออกมาเยอะ อุดมด้วยวิตามินหลายชนิดที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมถึงวิตามินดี ที่ช่วยในเรื่องการฝังตัวของตัวอ่อน

👉โมเลกุลโปรตีนแบบ CPP เป็นโปรตีนอ่อนนุ่มที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่ายคล้ายนมแม่ มี “อินนูลิน” ที่เป็นจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้และมดลูก และมีนิวคลีโอไทด์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ซ้ำยังมี “ทอรีน” สูง ช่วยเรื่องสมองและระบบจอประสาทตาของทารก ดื่มได้โดยไม่อ้วน ช่วงลดระดับคอเลสเตอรอล

นั่นคือเหตุผลบางส่วนที่ครูก้อยดื่มนมแพะแทนนมวัวมาโดยตลอด เอาเป็นว่า…มันมีราคาแพงกว่านมวัวหลายเท่า เพราะประโยชน์มันเยอะกว่านั่นเอง😊😊

💓คนวางแผนท้องเราจะดื่มวันละ 2 กระป๋องกันค่ะ
เอามาเช๊คกับโปรตีน ferty ได้เลย
💓คนท้องดื่มได้เลยค่ะ ไม่เสี่ยงลูกแพ้ แบบนมวัว
💓คนให้นม หลังคลอด บำรุงเลยน้า
💓เด็กทานได้ค่า น้องเมดาหย่านมครูก้อยเมื่อไหร่ ครูก้อยก็ให้ทานนมแพะค่ะ แทนนมวัว

ในน้ำนมแพะมีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม โดยวิตามินที่พบในน้ำนมแพะได้แก่

1.วิตามินเอ
เป็นวิตามินที่จะช่วยบำรุงสายตา ป้องกันตาต้อกระจกและเพิ่มการทำงานของเซลล์ที่ดักจับเชื้อโรค จึงทำให้เชื้อโรคหลุดเข้าไปในร่างกายได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายมีความแข็งแรง ปลอดจากอาการป่วยได้ดี

2.วิตามินซี
มีส่วนช่วยในการป้องกันไข้หวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและทำหน้าที่ในการกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายให้หมดไป

3.วิตามินอี
วิตามินที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับชั้นผิว จึงสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ไม่ได้ทาครีมกันแดด แต่ได้รับวิตามินอีอย่างเพียงพอ ก็หมดกังวลเรื่องรังสียูวีได้เลย

4.วิตามินบี 6
วิตามินที่จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี้ได้มากขึ้น จึงสามารถป้องกันเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีและลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

5.วิตามินดี
เป็นวิตามินที่ทำหน้าที่ในการเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ พร้อมเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

👉ของแท้ต้องเป็นกระป๋อง สเตอร์ริไลซ์ ขนาด 140 ml และคาดด้วยสัญลักษณ์ Only at Babyandmom.co.th

👉แบ่งส่งต่อให้แม่ๆ เป็นโหลนะคะ 12 กระป๋อง ราคา 650 ทักสั่งที่ line เท่านั้นค่ะ

💓สั่งนมแพะคัดเกรด ที่ Line @ คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 http://bit.ly/2Sj6CZR

โหลละ 650฿

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *