งานวิจัยเผย 5 Keys to Success กินอย่างไร ให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้น

งานวิจัยเผย‼️ 🔑5 Keys to Success
กินอย่างไร ให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้น🤰

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

แม่ๆที่เตรียมตั้งครรภ์ ต้องบำรุง 3 สิ่งนี้ให้สมบูรณ์พร้อมจึงจะเป็นแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมผลิตทายาท

🔴1.ไข่สวยสมบูรณ์โตพร้อมปฎิสนธิ
🔴2. ผนังมดลูกต้องแข็งแรง หนาตัวตามเกณฑ์พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน
🔴3. ฮอร์โมนต้องสมดุล เพราะฮอร์โมนเพศคือตัวกำหนดการทำงานของรังไข่ การผลิตไข่ที่มีคุณภาพ การตกไข่ รวมถึงสุขภาพร่างกายโดยรวม

การบำรุง 3 สิ่งข้างต้นทำได้ง่ายๆด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ครบ 5 หมู่และหลากหลาย โดยเฉพาะคนวางแผนตั้งครรภ์ต้องทำตามกฎ 5 ข้อนี้เลยค่ะ เป็น Keys to Success ในการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ค่ะ🤰

🔑เพิ่มโปรตีน
🔑ลดคาร์บ
🔑งดหวาน
🔑ทานไขมันดี
🔑เสริมสารแอนตี้ออกซิแดนท์

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖ ➖

🔴เพิ่มโปรตีน
โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ การบำรุงไข่ให้ได้ไข่โตสวยสมบูรณ์และผนังมดลูกที่แข็งแรงนั้น แม่ๆต้องทานโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน (คือเพียงพอต่อน้ำหนักตัว ซึ่งคนบำรุงต้องทานโปรตีนอย่างน้อย 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก.)

📚มีงานวิจัยหลายฉบับศึกษาถึงการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ที่เพิ่มขึ้น (Influence of Diet on Fertility) โดย “โปรตีน” เป็นสารอาหารหลักที่ขาดไม่ได้ ที่ช่วยบำรุงเซลล์ไข่ ช่วยให้ไข่ตกปกติ และสำหรับคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว การทานโปรตีนเพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มอัตราความสำเสร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย

ที่สำคัญต้องเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่ให้โปรตีนชั้นดี ให้โปรตีนสูง และปลอดภัย คนบำรุงเตรียมท้องควรเลือกทานโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) โดยมีงานวิจัยศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ทานโปรตีนจากพืช ไขมันดี และวิตามินแร่ธาตุครบถ้วนมีความเสี่ยงเรื่องภาวะไม่ตกไข่ลดลงถึง 66% และการทานโปรตีนจากสัตว์ที่อาจมีฮอร์โมนเร่งเนื้อแดงตกค้างและมีไขมันสูงทำให้ผู้หญิงมีบุตรยากถึง 39%

และผู้ที่จะเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่เปลี่ยนการรับประทานอาหารเป็นแบบลดคาร์โบไฮเดรต และ เน้นโปรตีนเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะเข้ากระบวนการทำ IVF มีอัตราการเพิ่มจำนวนของบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จาก19% เป็น 45% เลยทีเดียว

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่แม่ๆวางแผนท้องต้องทานโปรตีนให้เพียงพอ โดยแหล่งโปรตีนจากพืชที่แม่ๆควรรับประทานได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่ อัลมอนด์ งาดำ เมล็ดฟักทอง ควินัว หรือโปรตีนคุณภาพดี ได้แก่ ไข่ นมแพะ ปลาแซลมอน เป็นต้น

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴ลดคาร์บ
ลดคาร์บในที่นี้คือคาร์บที่ไม่มีประโยชน์ คาร์บที่แม่ๆควรทานคือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
สำหรับคนไทยนั้นเราทานข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ถ้าเน้นข้าวเยอะไปก็ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน หรือ โรคอ้วนได้ค่ะ

ข้าวให้สารอาหารคาร์โบไฮเดดรตซึ่งจำเป็นในการให้พลังงานแก่ร่างกาย การทานคาร์โบไฮเดรตจึงสำคัญ อย่างไรก็ตามเมื่อเราทานคาร์บเข้าไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่ง โรคเหล่านี้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ยากทั้งสิ้น

แต่ถ้าเราเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carb) หรือคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ขัดสี เช่นพวกข้าวกล้อง ถั่ว ธัญพืช งาดำ เมล็ดฟักทอง ขนมปังโฮลวีต อาหารเหล่านี้จะให้คาร์บเชิงซ้อนที่ร่างกายจะใช้เวลาย่อยนานกว่าพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว หรือ คาร์โบไฮเดรตที่ขัดสี (Refined Carb) เช่น ข้าวขาว แป้ง น้ำตาล ขนมปัง เบเกอรี่ เมื่อใช้เวลาย่อยนานกว่า จะให้พลังงานนานกว่า ไม่ทำให้หิวโหย ให้ไฟเบอร์สูง และไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว (glucose) ซึ่งการทำงานของร่างกายนั้นจะเปลี่ยนกลูโคสที่มีมากเกินไปให้กลายเป็นไขมัน ดังนั้นคนที่พยายามลดความอ้วน หากลดการทานคาร์บได้ก็จะส่งผลต่อน้ำหนักที่ลดลงได้นั่นเองค่ะ

📚สำหรับแม่ๆที่วางแผนท้อง
มีงานวิจัยศึกษาพบว่าการทานอาหารแบบลดคาร์บประเภท Refined Carb ลง (Low Carbohydrate Diets) ช่วยลดระดับอินซูลิน ส่งผลต่อ ฮอร์โมนที่สมดุล วงจรการตกไข่เป็นปกติขึ้นทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่รับประทานอาหารตามปกติ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นจากงานวิจัยศึกษาพบว่าการลดคาร์บลงในการรับประทานอาหารต่อวันและเสริมโปรตีนเพิ่มขึ้นยังช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จจากการทำเด็กหลอดแก้วได้สูงถึง 83%

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴งดหวาน

น้ำตาล คือตัวร้ายทำลายเซลล์ รวมไปถึงเซลล์ไข่ของแม่ๆ การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป หรือ ทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ที่เป็นแป้งเชิงเดี่ยว พวกข้าวขาว ขนมเค้ก เบเกอรี่ต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดเมื่อผ่านกระบวนการย่อยร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ชอบทานแบบนี้ส่งผลให้เซลล์ไข่เสื่อม เสี่ยงเบาหวาน กระตุ้นอาการ PCOS ทำให้ร่างกายอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหุตของการมีบุตรยากทั้งสิ้น

📚มีงานวิจัยศึกษาพบว่า
การทานอาหารแบบลดน้ำตาลลง ส่งผลอย่างมากต่ออัตราการตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ที่ทานอาหารไม่หวาน จะมีอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 83% เลยทีเดียว

นอกจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้แล้ว หากกินน้ำตาลมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินด้วย ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล เมื่อผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นก็จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าปกติ

📚มีงานวิจัยหนึ่งพบว่าการบริโภคน้ำตาลทุก ๆ 150 แคลอรี่ อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นถึง 1.1 เปอร์เซ็นต์ โรคเบาหวานกับการมีบุตรยากเป็นเรื่องที่แพทย์และนักวิจัยได้ศึกษาและมีผลวิจัยออกมาอย่างชัดเจนแล้ววาผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นมีระดับกลูโคสในเลือดสูง ซึ่งระดับกลูโคสในเลือดสูงนี้เป็นภัยต่อการพัฒนาของบลาสโตซิสต์ (Blastocyst)

ระดับของกลูโคสส่งผลต่อภาวการณ์มีบุตรยากในประเด็นใดบ้าง❓

➡️การมีระดับกลูโคสในเลือดสูงทำให้การหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขหรือ อะดรีนาลีนลดลง เมื่อร่างกายมีความเครียดจะมีผลให้ให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งจะส่งผลต่อการที่ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวงจรการมีประจำเดือน เมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติส่งผลต่อการมีบุตรยากค่ะ

➡️การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุในการเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS หากเกิดภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) ขึ้นและที่ร้ายไปกว่านั้นมันสามารถทำลายเซลล์ไข่ได้เลย

➡️น้ำตาลส่งผลต่อโรคอ้วน หรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความเสื่อมของสเปิร์มและเซลล์ไข่ ก่อนวัยอันควร

📚โดยมีงานวิจัยศึกษาผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25) ส่งผลให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนมาไม่ปกติ เซลล์ไข่ด้อยคุณภาพ ฮอร์โมนไม่สมดุล

หากใช้กระบวนการทางการแพทย์รักษาจะมีอัตราความสำเร็จต่ำกว่ากลุ่มที่น้ำหนักปกติ

ยิ่งถ้าค่า BMI แตะ 30 ส่งผลต่อการแท้งบุตรมากขึ้นด้วยค่ะ

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴ทานไขมันดี

หากบำรุงเตรียมท้องสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ไขมัน”
ค่ะ แต่แม่ๆต้องเข้าใจก่อนนะคะว่าต้องทาน “ไขมันดี” ไม่ใช่เนื้อติดมัน อาหารฟาสต์ฟูดที่มีไขมันทรานส์ หรือของมัน ของทอด แต่เป็นไขมันดี (HDL) หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) หรือ โอเมก้า 3 ที่มีในปลาทะเล fish oil ถั่วอัลมอนด์ อะโวคาโด ธัญพืชจำพวก งาดำ แฟล็กซีด เมล็ดฟักทอง น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย เป็นต้น

ไขมันดีมีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง โดยร่างกายต้องใช้ไขมันในการผลิตฮอร์โมนเพศ หากร่างกายไม่ได้รับไขมันดีอย่างเพียงพอร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง
ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล

📚จากงานวิจัยศึกษาพบว่าการรับประทานการรับประทานโอเมก้า 3 ช่วยให้ฮอร์โมนสมดุล การตกไข่เป็นปกติ และยังช่วยให้ไข่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวสำคัญในการทำให้มดลูกหนาตัวเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับแม่ๆที่ต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์ในการทำด็กหลอดแก้ว การได้รับโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ล่วงหน้าก่อนเข้าสู่กระบวนการส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์อีกด้วย

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖

🔴เสริมสารแอนตี้ออกซิแดนท์

แม่ๆรู้ไหม เซลล์ไข่ ของแม่ๆจะเสื่อมลงทุกวันตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ประกอบกับเซลล์ไข่สามารถถูกทำลายจาก “อนุมูลอิสระ” (Free Radicals) ได้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องทานอาหารที่มี “สารต้านอนุมูลอิสระ” (Antioxidants) สูงที่จะเข้าไปช่วยปกป้องน้องเซลล์ไข่ยังไงล่ะคะ

💗สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร ?
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) หมายถึงสารที่ช่วยต่อต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาออกซิเดชันภายในร่างกาย ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวสามารถพบได้จากหลากหลายรูปแบบตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนออกซิเดชั่นที่ทำให้เหล็กกลายเป็นสนิม น้ำมันพืชที่มีกลิ่นเหม็นหืน ผลแอปเปิลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

แต่หากเป็นในร่างกายเราจะพบได้จากกระบวนการการย่อยสลายโปรตีนและไขมัน ซึ่งมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป การรับเอามลพิษทางอาการ ควันบุหรี่ เชื้อโรค ฝุ่นละออง การรับเอารังสียูวีจากแสงแดด

หรือแม้กระทั่งการหายใจก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ กลายเป็นสารอนุมูลอิสระล่องลอยอยู่ภายในร่างกายและสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ต่างๆ การมีสารอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากในร่างกายจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยและโรคภัยที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็ง และโรคเบาหวาน เป็นต้น

💗สารต้านอนุมูลอิสระทำงานอย่างไร ?

👉หน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ก็คือการเข้ากำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังทำหน้าที่ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ทำหน้าที่คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวและอวัยวะภายใน ดังนั้นบทบาทหลักของสารต้านอนุมูลอิสระ คือทำหน้าที่ “ลดการสร้าง” อนุมูลอิสระภายในร่างกาย และ “ลดอันตราย” ที่เกิดขึ้น

การเข้าไปทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ จะเข้าไปจับกับตัวรับที่สามารถยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะทำปฏิกิริยาต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ เข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระจะตรงเข้าขัดขวางปฏิกิริยาดังกล่าว เข้าจับกับสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งไม่ให้เกิดการทำลายเซลล์ในปฏิกิริยาออกซิเดชัน และถูกออกซิไดซ์ โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นตัวรีดิวซ์

📚มีงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีผลต่อภาวะเจริญพันธ์ พบว่า…

การทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายที่จะมาทำลายเซลล์ไข่ของแม่ๆค่ะ

ยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ จึงช่วยลดความเสื่อมสภาพของร่างกาย ช่วยคงความอ่อนเยาว์ และมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อแม่ๆวางแผนตั้งครรภ์จึงต้องบำรุงเซลล์ไข่ให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อจะได้มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพ แม่ๆก็จะมีโอกาสท้องธรรมชาติได้ค่ะ

📚ยังมีงานวิจัยศึกษาพบว่า #สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก) ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging)

👉นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก

👉ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระค่ะ

อาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว มะกรูด ผักผลไม้ เช่น ผักเคล ผักโขม กะหล่ำม่วง มะเขือเทศ บีทรูท แครอท ทับทิม ธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ งาดำ ควินัว แฟล็กซีด

💟 ดังนั้นแม่ๆต้องปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเน้น 5 Keys to Success ครูก้อยรวบรวมคัมภีร์อาหารตามหลักโภชนาการที่ถูกต้องมาให้แม่ๆแล้ว ศึกษาและทำตามนะคะ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ฮอร์โมนสมดุล เพื่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ไม่ยากค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *