ทำ ICSI ใส่ตัวอ่อนระยะไหน… ต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง?

📣ทำ ICSI ใส่ตัวอ่อนระยะไหน…
ต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง❓

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

ในการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เมื่อทำการเก็บไข่จากฝ่ายหญิงและนำอสุจิของฝ่ายชายเข้าเจาะเปลือกไข่เพื่อปฏิสนธิ เมื่อมีการปฏิสนธิแล้วเซลล์ก็จะแบ่งตัวเป็นตัวอ่อนระยะต่างๆ ซึ่งแบ่งได้ตามจำนวนวันที่เลี้ยงตัวอ่อน โดยกระบวนการนี้จะเกิดในห้องปฏิบัติการ เรียกว่า การเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อให้ตัวอ่อนแบ่งเซลล์จนถึงขนาดที่เหมาะสมที่จะสามารถย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกได้

ดังนั้นตัวอ่อนจึงมีหลายระยะตามจำนวนวันที่เลี้ยง ดังต่อไปนี้ค่ะ

🟠 #Day 1

เรียกว่าระยะไซโกต (Zygote) คือระยะที่ไข่และสเปิร์มผสมกันแล้ว 0-24 ชั่วโมง สังเกตได้จากที่เราเห็น 2 Pronuclei เป็นวงกลมสองวงมาจากพ่อและแม่อย่างละ 1 เซลล์ หลังจากที่สเปิร์มผสมกับไข่ไปแล้วประมาณ 16-18 ชั่วโมง

🟠 #Day 3

ระยะที่ 2 ระยะคลีเวจ (Cleavage) เป็นระยะที่ตัวอ่อนเกิดการแบ่งตัว ระยะนี้จะเป็นระยะหลังไข่กับสเปิร์มผสมกันแล้ว 24 – 72 ชั่วโมง คือตัวอ่อนจะแบ่งตัวแบบทวีคูณจาก 1 เซลล์เป็น 2 เซลล์ เป็น 4 เซลล์ 6 เซลล์ 8 เซลล์ จนกระทั่งเซลล์มีจำนวนมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะเห็นได้ผ่านกล้องว่ามีการแบ่งตัวจนมีจำนวนมากขึ้น และเกิดการรวมตัวกัน ยึดเกาะกัน หรือที่เรียกว่า Compacted Morula ซึ่ง Morula ที่ดีควรประกอบด้วยเซลล์ 16-32 เซลล์รวมตัวอัดแน่นเป็นก้อนเดียว

🟠 #Day 5

ระยะที่ 3 ระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst) เป็นระยะที่มีตัวอ่อนเจริญเติบโตอยู่ 5-6 วันหลังจากที่ทำอิ๊กซี่ จะเป็นตัวอ่อนที่เหมาะกับการฝังตัว มีการแบ่งตัวมาจนมีจำนวนประมาณ 80-120 เซลล์ ซึ่งตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์นี้จะประกอบด้วยเซลล์อยู่ 2 ชนิดคือ

🔸️Inner Cell Mass เป็นเซลล์ที่จะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและไปฝังตัวที่มดลูก

🔸️Trophectoderm เป็นเซลล์ที่จะเจริญเติบโตเป็นรกไปเกาะที่ผนังมดลูก

🔴แพทย์จะใส่ตัวอ่อนระยะไหนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง❓

👉ตามปกติแล้วส่วนใหญ่การย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของผู้มีบุตรยากจะทำอยู่ 2 ระยะ คือ ระยะคลีเวจ (Cleavage) และ ระยะ

บลาสโตซิสท์ (Blastocyst)

👉ระยะบลาสโตซิสท์จะมีข้ออธิบายตามลักษณะทางกายภาพ รูปร่างลักษณะดูแล้วมีความเหมาะสมในการฝังตัวมากกว่า

👉อีกทั้งระยะคลีเวจจะเป็นช่วงที่ตัวอ่อนอยู่ในท่อนำไข่ จึงอาจจะยังไม่พร้อมในการฝังตัว ต้องใช้เวลาพัฒนาให้เป็นระยะบลาสโตซิสท์ก่อนจึงจะพร้อมสำหรับการฝังตัวที่โพรงมดลูก นอกจากนั้นระยะคลีเวจอาจมีโอกาสหยุดการเจริญเติบโตก่อนการฝังตัวได้ด้วย

👉ดังนั้นจึงค่อนข้างนิยมย้ายตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์กลับเข้าสู่โพรงมดลูกมากกว่า และที่สำคัญการเลี้ยงตัวอ่อนมาถึงระยะบลาสโตซิสท์ก็เป็นเหมือนการคัดเลือกตัวอ่อนตามธรรมชาติ เพื่อที่เราจะได้เลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงสามารถรอดชีวิตอยู่กลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เติบโตเป็นทารกต่อไปนั่นเอง

👉แต่ในกรณีที่เลือกตัวอ่อนระยะคลีเวจเพื่อย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก อาจจะมาจากที่คนไข้มีข้อจำกัดเรื่องการเลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกาย หรือตัวอ่อนมีโอกาสพัฒนาไปถึงระยะบลาสโตซิสท์ได้น้อย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงพิจารณาใส่ตัวอ่อนกลับในระยะนี้ เนื่องจากเป็นผลดีกว่าที่รอไปถึงระยะต่อไปที่ตัวอ่อนมีโอกาสหยุดเจริญเติบโตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวอ่อนและข้อจำกัดของแม่ด้วยค่ะ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในการรักษาค่ะ

🔴จำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับสู่โพรงมดลูกพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง❓

👉แพทย์จะพิจารณาเกรดของตัวอ่อน และอายุของสตรีก่อนการใส่ตัวอ่อน

👉กรณีที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีและเกรดของตัวอ่อนดีมาก อาจใส่ตัวอ่อนระยะ วันที่ 5 (blastocyst)เพียงตัวเดียวเพื่อลดโอกาสเกิดครรภ์แฝด เนื่องจากการตั้งครรภ์แฝดถือเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงทั้งต่อมารดาและทารกมากกว่าครรภ์เดี่ยว

👉กรณีสตรีอายุมากและเกรดของตัวอ่อนไม่ดีมากนัก แพทย์มักตัดสินใจใส่ตัวอ่อนในวันที่ 2-4 โดยใส่ตัวอ่อนไม่เกิน 3 ตัว กรณีที่เลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะ

บลาสโตซิสต์มักใส่ตัวอ่อนไม่เกิน 2 ตัวอ่อน

👉ดังนั้นก่อนการย้ายตัวอ่อนแพทย์จะอธิบายถึงเกรดของตัวอ่อน จำนวนตัวอ่อนที่มี และตัดสินใจร่วมกับคู่สมรสถึงจำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับ โอกาสความสำเร็จและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการย้ายตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ค่ะ

💟ก่อนเข้ากระบวนการเก็บไข่ทำเด็กหลอดแก้ว

ครูก้อยแนะนำให้บำรุงไข่ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนเก็บไข่เพื่อให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์ มีคุณภาพ ส่งผลเป็นการเพิ่มโอกาสให้ได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพเพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *