ทำ ICSI ไม่ติด! เป็นเพราะสาเหตุใด?

ทำ ICSI ไม่ติด❗เป็นเพราะสาเหตุใด❓

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

📣แม่ๆหลายคนที่กำลังเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก อาจกำลังมองหาข้อมูลในการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์กันอยู่ใช่มั้ยคะ แน่นอนว่าการทำ ICSI หรือ “เด็กหลอดแก้ว” เป็นวิธีที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมมากที่สุดในขณะนี้ ซึ่งก็คือการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย เลี้ยงเป็นตัวอ่อน แล้วย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป

❌อย่างไรก็ตามยังมีความเข้าใจผิดกันว่าเมื่อเราเข้าปรึกษาแพทย์ และใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้วแล้ว จะสามารถตั้งครรภ์ได้ 100%

จากสถิติการตั้งครรภ์จากเด็กหลอดแก้วมีประมาณ 35-50% เท่านั้น หรือ หากมีการคัดโครโมโซมก็อาจมีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นเป็น 70-75% ไม่มีวิธีหรือสถาบันไหนการันตีความสำเร็จได้ 100% ค่ะ

👉จากการศึกษาพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่ประสบความสำเร็จคือ “คุณภาพของเซลล์ไข่” นั่นเองค่ะ

เซลล์ไข่ คือวัตถุดิบหลักในการสร้างตัวอ่อน แน่นอนว่าต้องเอาไปผสมกับ “อสุจิ” ด้วย ดังนั้นคุณภาพของอสุจิของฝ่ายชายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นกัน

✅เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยแก้ปัญหาผู้มีบุตรยากได้ เช่น

👉ท้องธรรมชาติไม่ได้ ก็ใช้การปฏิสนธิภายนอก

👉ไข่ไม่ตก ก็เก็บไข่มาปฏิสนธิภายนอก

👉ท่อนำไข่ตีบ อสุจิไม่สามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้ ก็เก็บไข่มาปฏิสนธิภายนอก

….แต่ตัวคุณภาพไข่นั้น เทคโนโลยีไปช่วยไม่ได้นั่นเองค่ะ หากไข่ หรือ อสุจิ ไร้คุณภาพ ต่อให้ใช้เทคโนโลยีนำมาผสมกันภายนอกได้ แต่ก็อาจกลายเป็นตัวอ่อนที่ไม่ดี ตัวอ่อนตายก่อนย้ายกลับโพรงมดลูก หรือย้ายแล้วก็ไม่ฝังตัว…และแท้งไปในที่สุด

วันนี้เราไปศึกษาในรายละเอียดกันค่ะว่า มีสาหตุใดบ้างที่ทำให้การ ICSI ไม่ประสบความสำเร็จค่ะ

🟠 #อายุฝ่ายหญิง กรณีที่อายุของฝ่ายหญิงมากกว่า 35 ปี จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่แย่ลง ส่งผลให้

▶️คุณภาพของไข่แย่ลง ยิ่งอายุมากขึ้นไข่ยิ่งเสื่อม โครโมโซมของเซลล์ไข่ยิ่งผิดปกติ ผู้หญิงอายุ 35 ปี เซลล์ไข่จะมีโครโมโซมผิดปกติถึง 50% ถ้าอายุ 40 ปีมีโกาสที่โครโมโซมไข่ผิดปกติถึง 85-90%

▶️การตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่น้อยลง ได้ไข่น้อยและต้องใช้ปริมาณยาเยอะในการกระตุ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีก ได้แก่ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป Ovarian hyperstimulation syndrome (OHSS)

▶️เมื่อคุณภาพไข่แย่ คุณภาพตัวอ่อนย่อมแย่ตามไปด้วย และยากที่ตัวอ่อนจะฝังตัวและพัฒนาเติบโตต่อไปค่ะ

🟠#อสุจิของฝ่ายชาย

อสุจิที่จะเข้าผสมกับไข่แล้วทำให้เกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์นั้น ต้องเป็นอสุจิที่มีคุณภาพด้วย ในทางการแพทย์มีหลักเกณฑ์ในการวัดอสุจิที่มีคุณภาพอยู่ 4 หลักเกณฑ์ ได้แก่

1. ปริมาตรในการหลั่ง ต้องไม่น้อยกว่า 1.5 cc ต่อการหลั่งหนึ่งครั้ง

2. จำวนตัวอสุจิ ต้องมีไม่น้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อน้ำอสุจิ 1 cc

3. ต้องมีตัวอสุจิที่เคลื่อนไหวมากว่า 40%

4. ต้องมีอสจิที่มีรูปร่างสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 4%

หากมีปัญหาข้างต้น มันก็คือสาหตุที่ทำให้คุณท้องธรรมชาติไม่ได้

การใช้วิธี ICSI ก็คือการคัดเลือกอสุจิที่ดีที่สุดมาเจาะเข้าเนื้อไข่โดยตรง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าตัวที่ถูกเลือกมาคือตัวที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว เพราะอาจยังมีความผิดปกติใน DNA ของตัวอสุจิที่ซ่อนอยู่อีก ดังนั้นหาก อสุจิไม่มีคุณภาพก็จะส่งผลให้…

▶️เกิดการปฏิสนธิลดลง

▶️ทำให้ได้ตัวอ่อนน้อย

▶️คุณภาพตัวอ่อนไม่ดี อาจตายก่อนย้าย หรือย้ายแล้วก็แท้งได้ง่าย

🟠#ความผิดปกติของตัวอ่อนด้านสารพันธุกรรมหรือโครโมโซม

บ่อยครั้งตัวอ่อนสวย คุณภาพดี แต่ย้ายแล้วไม่ตั้งครรภ์ อาจเป็นเพราะตัวอ่อนเหล่านั้นมีความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้ จนกว่าจะมีการคัดโครโมโซมตัวอ่อนไปตรวจก่อนทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ปัจจัยที่ทำให้โครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติได้แก่

▶️ฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี

▶️คู่สมรสมีความผิดปกติของสารพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดได้

▶️มีประวัติการแท้งมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป

▶️มีประวัติล้มเหลวในการตั้งครรภ์จากวิธีเด็กหลอดแก้วมาก่อน

ดังนั้นหากแม่ที่อายุ 35 แพทย์อาจจะแนะนำให้มีการคัดโครโมโซมก่อนย้ายตัวอ่อน อย่างไรก็ตามถึงแม้จะคัดโครโมโซมแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จ 100% เนื่องจากการหยิบเอาเซลล์ของตัวอ่อนไปตรวจนั้น หยิบได้ไปเพียงบางส่วนเท่านั้น ถึงแม้ตอนคัดผลจะปรากฏว่าผ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่าผ่านทั้งหมด แต่เป็นแค่ผ่านเกณฑ์ที่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์มีสูงขึ้น

🟠#มดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูก

▶️อย่าลืมว่าเมื่อปฏิสนธิได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ภายนอกร่างกายแล้ว ท้ายที่สุดก็ต้องย้ายเข้ามาฝังตังในโพรงมดลูกของแม่ๆค่ะ ดังนั้นหากโพรงมดลูกไม่หนาตัว ไม่แข็งแรง ไม่มีเลือดไหลเวียนนำพาสารอาหารไปเลี้ยงเพียงพอ ตัวอ่อนก็ยากที่จะฝังตัวได้ค่ะ

▶️ผนังมดลูกที่สมบูรณ์พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนต้องมีลักษณะดังนี้

1.เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเพียงพอ มดลูกอุ่น

2.หนา 8-10 มิล

3.ใส ไม่ทึบ

4.เรียงสวย 3 ชั้น ( Triple Lines)

นอกจากนี้ต้องไม่มีปัญหาอื่นๆ เช่น โพรงมดลูกบิดเบี้ยวจากเนื้องอกมดลูก หรือ มีติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

🟠#ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ

▶️กรณีนี้คือแม่ๆ อาจมีความผิดปกติในการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (ฮอร์โมนตั้งครรภ์) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผนังมดลูกฟูหนาตัวขึ้นพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งเรียกว่ามี “ภาวะบกพร่องของระยะลูเทียสเฟส” (Luteal phase defect)

▶️ความบกพร่องของระยะลูเทียลเกิดขึ้นเมื่อ#ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนถูกผลิตน้อยเกินไปหลังจากไข่ตก ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หนาตัว หรือ #มดลูกไม่ตอบรับกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ส่งผลให้มีช่วงระยะลูเทียลสั้นประมาณ 10 วัน จากนั้นก็จะมีประจำเดือนมาไวกว่าปกติ #ทำให้วงจรรอบเดือนเสียสมดุล #โพรงมดลูกไม่สามารถพัฒนาไปถึงจุดที่สมบูรณ์พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนได้ #ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัวหรือแท้งในระยะเริ่มต้น

▶️ในบางกรณีแพทย์จะให้ฮอร์โมนมาเสริมเพื่อช่วยพยุงครรภ์หลังย้ายตัวอ่อน หากแม่ๆใช้ยาไม่สม่ำเสมอก็อาจส่งผลให้มีฮอร์โมนไม่เพียงพอในการที่จะพยุงการตั้งครรภ์ไว้ได้ค่ะ

🎯เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่าสาเหตุที่อาจทำให้การทำเด็กหลอดแก้วไม่ประสบความสำเร็จนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน ครูก้อยแนะนำให้แม่ๆบำรุงไข่และดูแลร่างกายให้พร้อมล่วงหน้า 3 เดือนก่อนไปเก็บไข่เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว ทานอาหารบำรุงไข่ บำรุงผนังมดลูกให้แข็งแรง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายให้ปกติ บำรุงสเปิร์มและดูแลสุขภาพของคุณสามีด้วย ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วได้ค่ะ เพราะเราเตรียมวัตถุดิบที่ดีไปแล้ว เผลอๆอาจจะท้องธรรมชาติแบบไม่ทั้นตั้งตัวก็ได้นะคะ ครูก้อยขอให้ทุกคู่มีเบบี๋มาเติมเต็มชีวิตครอบครัวในเร็ววันค่ะ💗

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *