แปลเปเปอร์ มาให้…แม่ๆศึกษากันนะคะ ครูก้อยแปลมาให้แล้ว งานวิจัยของต่างประเทศค่ะ ก่อนจะซดน้ำมะกรูด อ่านก่อนค่ะ แม่ๆหลายคนทราบผิวเผินว่า ทำให้ไข่สวย🌟🌟 เห็นครูก้อยกระดก คือ กระดกด้วย 😁 อ่านสักนิดค่ะ ได้ทราบ…ว่าเรากระดกไปทำไม!?

📣ตามสัญญา แปลเปเปอร์ มาให้…แม่ๆศึกษากันนะคะ
ครูก้อยแปลมาให้แล้ว งานวิจัยของต่างประเทศค่ะ ก่อนจะซดน้ำมะกรูด อ่านก่อนค่ะ แม่ๆหลายคนทราบผิวเผินว่า ทำให้ไข่สวย🌟🌟 เห็นครูก้อยกระดก คือ กระดกด้วย 😁 อ่านสักนิดค่ะ ได้ทราบ…ว่าเรากระดกไปทำไม!?
วันนี้เราจะเจอสารใหม่ในเปเปอร์นี้ ที่ครูก้อยยังไม่เคยพูดถึง นั่นคือ “เควอซิทิน” (Qurecetin) จริงๆ แล้วมันก็เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่อยู่ในกลุ่ม #ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)นั่นแหละ เป็นสารที่ให้ฤทธิ์ในการต้าน ออกซิเดชั่นสูงที่สุด!
“Antioxidants กับการชะลอการเสื่อมของเซลล์ไข่สำหรับผู้มีบุตรยาก”
จากผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวการณ์มีบุตรยากของเพศหญิงคือการที่อนุมูลอิสระ (oxidant หรือ free radical) เข้าไปทำลายระบบต่างๆภายในเซลล์ไข่ เช่น การรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้นลิพิดซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ไข่ทำให้เซล์ไข่เสื่อมสภาพ (oocyte aging)
โดยทั้วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า reactive oxygen species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วเนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมาจะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า follicular fluid ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพดีที่สุดและถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์
จากงานวิจัยเมื่อไม่นานนี้ (ปี 2560) ได้มีการทดลองในหนูและค้นพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ชือว่า เควอซิทิน (quercetin) ที่ได้จากผลไม้ สามารถลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยในการพัฒนาของเซลล์ไข่จนเป็นถึงระยะบลาสโตซิส
รูป A (ดูรูปในคอมเมนต์นะคะ) แสดงตัวอย่างเซลล์ไข่ที่ถูกนำออกมาจากร่างกาย รูปบนซ้ายคือลักษณะเซลล์ไข่ที่ปกติ ส่วนอีกสามรูปที่เหลือคือเซลล์ไข่ที่เกิดความผิดปกติ (abnormal) ซึ่งมีได้หลายแบบ เช่น degenerate, fragmented หรือ activated ซึ่งเกิดจากผลของอนุมูลอิสระ
รูป B (ดูรูปในคอมเมนต์นะคะ) แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของจำนวนไข่ที่เกิดความผิดปกติ (แกน Y) เทียบกับปริมาณการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ quercetin (แกน X) ในการเลี้ยงเซลล์ไข่ในห้องทดลองเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
รูป C แผนภูมิแสดงเปอร์เซ็นต์ของจำนวนไข่ที่เกิดความผิดปกติ (แกน Y) เทียบกับปริมาณการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ quercetin (แกน X) ในการเลี้ยงเซลล์ไข่ในห้องทดลองเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
จาก B และ C พบว่าปริมาณ quercetin ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเซลล์ไข่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะการเลี้ยงไข่ที่ 24 ชั่วโมงจะเห็นว่า หากไม่มี “สารต้านอนุมูลอิสระเควอซิทิน” ไข่จะฝ่อเสียเกือบ 80% แต่ในกรณีที่มีเควอซิทินเพียง 10 ไมโครโมลาร์ (ประมาณ 10 ในล้านส่วน) จะช่วยลดความเสียหายได้เกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในความสำเร็จจนถึงระดับบลาสโตซิสได้อีกเท่าตัว
เควอซิทินมีมากในกลุ่มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว (citrus fruits) โดยเฉพาะผลไม้จำพวก #มะกรูด (kariff lime หรือ Citrus hystrix) ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์หลายชนิดมาก โดยตัวอย่างสดมีสารฟลาโวนอยด์รวม 1,104±74 mg ต่อ มะกรูด 100 กรัม (ประมาณ 1.1 ส่วนในน้ำหนักร้อยส่วน) ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณ antioxidant รวมที่สูงมาก และเป็น เควอซิทิน 43±74 mg ต่อมะกรูด 100 กรัม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *