📣ยาฮอร์โมนเตรียมผนังมดลูก Progynova กับ Estrofem ออกฤทธิ์ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนดีกว่า?

📣ยาฮอร์โมนเตรียมผนังมดลูก Progynova กับ Estrofem ออกฤทธิ์ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนดีกว่า?
คู่สมรสที่เข้ารับการรักษาผู้มีบุตรยาก ด้วยกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว เมื่อฝ่ายหญิงเก็บไข่เสร็จไปเรียบร้อยแล้วจะมีการผสมเป็นตัวอ่อน และจะเลี้ยงตัวอ่อนนั้นจนถึงระยะ day3 หรือ day5 (บลาสโตซีสต์) ระหว่างนั้นคุณหมอก็จะจ่ายยาให้ว่าที่คุณแม่ เพื่อเตรียมความพร้อมของผนังมดลูกให้หนาตัวขึ้น (ควรหนา 8-10 มิล ก่อนวันที่จะนัดย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก)
คุณหมอจะให้ยาเตรียมผนังมดลูกมาทาน ซึ่งเป็นยาฮอร์โมน บางคนจะได้ยาที่ชื่อว่า “Progynova” ส่วนบางคนจะได้ยาที่ชื่อว่า ”Estrofem”
👉วันนี้ครูก้อยจึงเอาคำตอบที่แม่ๆหลายคนสงสัยว่า…ยา 2 ตัวนี้ออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างไร?
Progynova 2 mg
กับ
Estofem 2 mg ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนดีกว่า?
#ตอบ : ยา Progynova มีตัวยาฮอร์โมน Estradiol valerate เมื่อตัวยาเข้าสู่ร่างกาย ยาจะถูก Enzyme Esterase ในตับ กระเเสเลือด และเนื่อเยื่อเปลี่ยนให้เป็น Estradiol ซึ่ง ออกฤทธิ์เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ผลข้างเคียงของยาฮอร์โมนนี้คือ คัดตึงเต้านม เลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวเพิ่ม
ส่วนยา Estrofem เป็นยา Estradiol สิ่งที่แตกต่างของตัวยาทั้งสองคือ ยา Progynova ต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายในร่างกายก่อน จึงกลายเป็น Estradiol และออกฤทธิ์ ผลข้างเคียงของยาทั้งสองชนิด จะเกิดจากตัวฮอร์โมน Estradiol เหมือนกัน
👉สรุปคือ ยา 2 ชนิดนี้คือยาฮอร์โมนเอสโตรเจนเหมือนกัน ต่างตรงที่กระบวนการย่อยสลายในร่างกาย
*****หมายเหตุ: ขนาดการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการรักษาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น และเอสโตรเจนเป็นยาอันตราย มีผลข้างเคียงได้หลายอย่าง และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ ดังนั้นห้ามซื้อยาใช้เองเด็ดขาด
👉เอสโตรเจนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?
ผลไม่พึงประสงค์ หรือผลข้างเคียงจากยาเอสโตรเจน คือ มีอาการทางระบบสืบพันธุ์สตรี เช่น ประจำเดือนมากระปริบกระปรอย ประจำเดือนขาด หรือไม่มีประจำเดือน และ/หรือมีอาเจียน ท้องเสีย วิตกกังวล พบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ซึม เศร้า เวียนศีรษะ อาจพบความดันโลหิตสูง ร่างกายอาจติดเชื้อรากลุ่มแคนดิดา (Candida) ได้ง่าย ไขมันในเลือดสูง เช่น ไตรกลีเซไรด์ (Triglyceride) แอลดีแอล (LDL) และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Infarction)
👉สำหรับเคสครูก้อย ตอนทำ ICSI ครั้งที่ 2 (ที่ได้น้องเมดามาเชยชม) คุณหมอจ่ายยา Estrofem 2 mg ค่ะ
มันคือฮอร์โมน Estradiol ซึ่งจัดเป็นฮอร์โมนเพศหญิงในกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogen, ประกอบด้วยฮอร์ โมนเพศหญิงชนิดย่อย 3 ชนิดคือ Estradiol หรือ E2, Estriol หรือ E3 และ Estrone หรือ E1)
👉เริ่มทานเม็ดแรกใน day2 ของรอบเดือน (4 กค.61) day1 คือวันที่มีประจำเดือนมาวันแรก : (3 กค.61)
ทานวันละ 2 เม็ด เช้า1 – เย็น1 ติดต่อกัน 14 วัน (ในตลับวงกลมนี้มียา 28 เม็ด)
ก็จะไปหมดราวๆกลางรอบเดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไข่ตกตามธรรมชาติพอดี
เมื่อทานยาครบตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว หมอก็จะนัดมาอัลตร้าซาวด์ดูความหนาและความสวยของผนังเยื่อบุโพรงมดลูก
👉ต้องบอกก่อนว่าครูก้อยค่อนข้างมี effect กับยาตัวนี้ คือ ทานแล้วรู้สึกปวดหัว และมีอาการซึมเศร้า จึงเข้าพบแพทย์ คุณหมอจึงให้เปลี่ยนจากการกินมาเป็นสอดช่องคลอดแทน (ใช้ยาตัวเดิมนะ แต่มาสอดแทน) ก็รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ เป็นคนที่แพ้ฮอร์โมนจากยาพวกนี้ 
👉นอกจากนี้ #เทคนิคการเตรียมผนังมดลูก ของครูก้อยคือ ต้องเตรียมจากอาหารที่มีโปรตีนสูงด้วยค่ะ จึงจะให้ผนังมดลูกที่หนาตัว แข็งแรง พร้อมโอบอุ้มตัวอ่อน และที่สำคัญต้องเน้นอาหารฤทธิ์อุ่น และอาหารที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพื่อให้มดลูกอุ่น มดลูกก็คือรัง ต้องเป็นรังอุ่นๆให้เบบี๋ฝังตัว 😊 รวมถึงการทำ Castor oil pack เพื่อดีท๊อกซ์มดลูกจากสารพิษ และยาตกค้างจากการกระตุ้นไข่อีกด้วย
👉ครูก้อยสรุป #สเต็ปการเตรียมผนังมดลูก ให้ครบถ้วนแล้วนะ แม่ๆกดอ่านและปฏิบัติตามนะคะ รับรองจะได้ผนังมดลูกที่สวยเพอร์เฟค!! พร้อมใส่ตัวอ่อนรอบเดียวผ่านแน่นอนค่ะ😊
⭕️ศึกษาขั้นตอนการเตรียมผนังมดลูก กดลิ้งค์นี้
👇👇👇👇👇
👉ผนังมดลูกที่พร้อม และมีโอกาสฝังตัวสำเร็จสูง คุณหมจะดู 3 เรื่อง…
💓1. เยื่อบุโพรงมดลูกหนา 8-10 mm
💓2.เยื่อบุโพรงมดลูกเรียงตัวสวย 3 ชั้น เป็นเส้นตรงในแนวเดียวกัน
💓3.เยื่อบุโพรงมดลูกมีลักษณะใสเป็นวุ้น ไม่ขุ่น ไม่หนาทึบ (ไม่ควรหนาเกิน 14 mm)
Cr. Ponpad.com , GFC Clinic

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *