📣📣อาการก่อนมีประจำเดือน PMS คืออะไร?

📣📣อาการก่อนมีประจำเดือน PMS คืออะไร?
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.babyandmom.co.th/fertility-supplements
.
ส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตโรน (Progesterone) และเอสโตรเจน (Estrogen) ในช่วงก่อนมีประจำเดือน รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง โดยมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีผลต่ออารมณ์และเป็นส่วนที่กระตุ้นอาการก่อนมีประจำเดือนได้ การขาดเซโรโทนิน อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในช่วงก่อนมีประจำเดือน ทำให้เกิดความอ่อนล้า มีความอยากอาหารมากขึ้นและทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับได้
.
นอกจากนั้น อาการก่อนมีประจำเดือนสามารถมีความรุนแรงขึ้นได้หากเกิดภาวะซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม ภาวะซึมเศร้าไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการนี้
.
🔴 สาเหตุการเกิดอาการ PMS
ปัจจุบันยังไม่ทราบว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบางคนมีอาการ PMS ในขณะที่ผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งไม่เคยมีอาการดังกล่าวเลย สันนิษฐานว่า อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงและสารเคมีบางอย่างในแต่ละรอบเดือน
👉 1. ความไม่สมดุลของสารเคมีและฮอร์โมนหลายตัวในระยะที่ไข่สุกแล้ว อาจแบ่ง 28 วัน ของหนึ่งรอบประจำเดือนเป็นสองระยะ ระยะแรกคือ ระยะที่ไข่เติบโต ในระยะนี้ไม่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ระยะที่สองเป็นระยะที่ไข่สุก เมื่อไข่ตกจากรังไข่ไปรอการผสมพันธุ์ที่มดลูกจึงมีอาการ PMS เกิดขึ้น สมองทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์โดยส่งสัญญาณผ่านสารเคมีหลายตัวไปยังรังไข่ สันนิษฐานว่า อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความไม่สมดุลของสารเคมีและฮอร์โมนหลายตัวในระยะที่ไข่สุกแล้ว สารที่คิดว่า เป็นต้นเหตุได้แก่ เอสโตรเจน (estrogen) โปรเจสเตอร์โรน (Progesterone) เอนดรอฟิน (endrophin) และระดับเซโรโทนิน (serotonin) ในสมอง เป็นต้น ฉะนั้นจึงแนะนำให้แก้ความไม่สมดุลของฮอร์โมนด้วยการให้ฮอร์โมนเป็นยา แต่ก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการ PMS ของผู้หญิงทุกคนได้ แสดงว่า อาการนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเท่านั้น
.
👉 2. ปัจจัยด้านพันธุกรรม อาจเป็นสาเหตุของการเกิด PMS ได้ พบว่า ในคู่ฝาแฝดมีโอกาสสูงที่จะเป็น PMS ได้ทั้งคู่ โดยมีปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมด้วยและยังพบอีกว่า มีความสัมพันธ์ของอาการของรอบประจำเดือนระหว่างแม่และลูกสาว และระหว่างพี่สาวและน้องสาว ซึ่งสนับสนุนเรื่องปัจจัยด้านพันธุกรรมมีผลต่อเกิด PMS แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางด้านพันธุกรรมถือเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั่น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น ลักษณะเฉพาะบุคคล ระดับความเครียด กลไกการเลียนแบบพฤติกรรม ซึ่งยังมีหลักฐานจากการศึกษาน้อยในการสนับสนุนสมมติฐาน
.
👉 3. การดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ผู้หญิงที่เป็น PMS ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้หญิงปกติ และในผู้หญิงที่มีประวัติอาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีคนติดแอลกอฮอล์ มักมีอาการของ premenstrual anxiety และอาการทางพฤติกรรมอื่นๆ มากกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานแสดงชัดเจนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงที่ติดแอลกอฮอล์กับผู้หญิงที่เป็น PMS
.
🔴 อาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอย่างไร ?
มักจะเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการและความรุนแรงของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป และอาจเกิดขึ้นไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดเพียงไม่กี่อาการดังต่อไปนี้
.
👉 อาการทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม ได้แก่
– มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดหรือโกรธง่าย
– มีความตึงเครียด วิตกกังวล และไม่มีสมาธิ
– มีอารมณ์เศร้า ร้องไห้บ่อย
– มีความต้องการหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ
– มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม (Social Withdrawal)
– มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ (Insomnia)
.
👉 อาการทางด้านร่างกาย ได้แก่
– เจ็บเต้านม
– ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ
– ปวดศีรษะ
– ปวดท้อง ท้องอืด
– ท้องผูกหรือท้องเสีย
– น้ำหนักตัวเพิ่ม
– เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
– มีสิวขึ้น
.
อาการเจ็บปวดทางร่างกายหรือความเครียดที่เกิดขึ้นกับบางราย อาจมีความรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่โดยปกติอาการต่าง ๆ จะหายไปภายใน 4 วัน ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน
.
🔴 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยแต่ละสัปดาห์ควรปฏิบัติให้ได้ดังนี้
👉 ออกกำลังกายที่ใช้กำลังระดับปานกลางเป็นเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
👉 ออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ใช้กำลังมาก เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที
👉 ออกกำลังกายผสมผสานกันระหว่างการออกกำลังกายที่ใช้กำลังระดับปานกลางและแบบแอโรบิคที่ใช้กำลังมาก
👉 ออกกำลังกายที่ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2 วันต่อสัปดาห์ขึ้นไป
👉 ฝึกบริหารร่างกายหรือออกกำลังกายแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือออกกำลังกายที่ช่วยฝึกการหายใจอย่างถูกต้อง เช่น โยคะ จะช่วยลดอาการปวดศีรษะ ความวิตกกังวล หรือนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี
👉 นอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน
👉 ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลา เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และเข้านอน ให้ตรงเวลาเสมอ
👉 พยายามรับมือกับความเครียดด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพ เช่น พูดคุยกับเพื่อน เล่นโยคะ นวดผ่อนคลายหรือการบำบัดต่าง ๆ
👉 หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน เพราะอาจมีผลทำให้รู้สึกเศร้าหรือหดหู่มากยิ่งขึ้น
👉 เลิกสูบบุหรี่
.
🔴 วิธีบรรเทาอาการ PMS
 ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถค้นคว้าหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ PMS ได้ ต้องหาวิธีบรรเทาอาการไปพลางก่อน ที่ใช้กันในปัจจุบันมีหลายวีธีแล้วแต่ต้องการบรรเทาอาการใด บางคนใช้ยาแก้ไข้ยาแก้ปวด ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมน ยาแก้อาการแพ้ ยาระงับประสาท ยาบำบัดความอยากอาหาร ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำคั่ง คนที่มีอาการทางจิตอย่างหนักอาจต้องอาศัยยากลุ่มประสาทตามคำสั่งของจิตแพทย์
👉 ยาที่มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพในการรักษา PMS ได้แก่ คือ SRIs alprazolam GnRH agonist oral contraceptives (Drospirenone combined with low estrogen) และอื่นๆ ที่มีหลักฐานว่าช่วยในการรักษา เช่น การออกกำลังกาย การผ่อนคลาย และ ยา spironolactone
👉 อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่บางคนคิดว่าอาจใช้บำบัดอาการ PMS ได้ บางคนงดอาหารบางอย่าง เช่น ไข่ หรือเนื้อสัตว์ ก่อนประจำเดือนจะมา แต่ยังไม่ปรากฏว่า อาหารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ หรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้ ยกเว้นคนที่มักมีอาการบวม การหลีกเลี่ยงไม่กินอาหารที่เค็มจัดจะช่วยลดน้ำที่คั่งในตัวได้อาการบวมจึงน้อยลง ล่าสุดมีรายงานว่า อาหารที่มีคาเฟอีน ได้แก่ ชา กาแฟ โกโก้ และน้ำอัดลมบางประเภท อาจทำให้เกิดอาการ PMS ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้
👉 การลดน้ำหนักเป็นอีกวิธีหนึ่งที่อาจช่วยให้อาการ PMS คลายความรุนแรงลง เข้าใจว่า เมื่อผู้หญิงที่อ้วนมากลดน้ำหนักตัวลงจะช่วยให้ฮอร์โมนในเลือดสมดุลขึ้น
👉 เคยเข้าใจว่าวิตามินบี 6 อาจช่วยบรรเทาอาการได้จนทำให้ผู้หญิงบางคนกินวิตามินบี 6 ชนิดเม็ดเสริมมากเกินขนาด ถึงขั้นทำลายเส้นประสาท ปัจจุบันรู้กันแล้วว่า การเสริมวิตามินบี 6 ไม่มีผลอย่างไรต่ออาการ พีเอมเอส. (PMS)
👉 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
👉 พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด หรือหาโอกาสผ่อนคลายความเครียด
👉 พักผ่อนให้เพียงพอ
👉 สังเกตตัวเองว่ามี อาการ PMS หรือไม่ แล้วลองทำตามคำแนะนำนี้ เชื่อแน่ว่า อาการ PMS ที่แสนทรมานใจคุณผู้หญิงทั้งหลายในแต่ละรอบเดือนอาจจะลดน้อยลงบ้าง ไม่มากก็น้อย
.
🔴 การรักษาด้วยยา
ยาบรรเทาอาการปวด เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาคีโตโปรเฟน (Ketoprofen) ยานาพรอกเซน (Naproxen) ยาแอสไพริน (Aspirin) หรืออาจใช้ยาที่ยับยั้งการตกไข่อย่างยาคุมกำเนิด เพื่อช่วยบรรเทาอาการทางร่างกายที่เกิดจากอาการก่อนมีประจำเดือนได้ เช่น ตะคริว ปวดหลัง และอาการเจ็บเต้านม อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อการใช้ยาอย่างปลอดภัย
.
cr. Pobpad
honestdocs
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *