📣📣 คุณลักษณะของสเปิร์มที่แข็งแรงเป็นอย่างไร

📣📣 คุณลักษณะของสเปิร์มที่แข็งแรงเป็นอย่างไร
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก www.babyandmom.co.th
⭕️ ศึกษาขั้นตอนการบำรุงสเปิร์ม
👇👇👇👇
.
👉 โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงเรื่องการมีลูกมันจะเข้าใจกัน (อย่างผิดๆ) ว่าเป็นเรื่อง “ของผู้หญิง” ในปัจจุบันนี้เราทราบกันดีว่ามันไม่ใช่ เพราะความแข็งแรงของสเปิร์มมีความสำคัญเท่าๆ กับการมีไข่ตกในช่วงเวลาที่เหมาะสมและการมีวงจรรอบเดือนที่สมบูรณ์ พูดง่ายๆ คือจะต้องมีปัจจัยจากทั้งสองฝ่ายที่สมบูรณ์พร้อม ผู้หญิงต้องมีไข่ตก แต่ ถึงกระนั้นก็ตามการตั้งครรภ์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไมีมีสเปิร์มที่แข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดีมาผสมกับไข่
.
👉 ในความเป็นจริง สำหรับปัญหาด้านภาวะมีบุตรยากนั้น 1 ใน 3 มีสาเหตุจากฝ่ายหญิง (มีประจำเดือนผิดปกติ ฮอร์โมนน้อย ไข่ไม่ตก) และ 1/3 มีสามเหตุมาจากฝ่ายชาย (ตัวอสุจิน้อย เคลื่อนที่ผิดปกติ รูปร่างผิดปกติ) และที่เหลืออีก 30% เป็นปัญหาที่มาจากทั้งฝ่ายชายและหญิงร่วมกันหรือไม่สามารถหาตรวจหาสาเหตุได้อย่างแน่ชัด เมื่อได้ทราบแล้วว่าความสมบูรณ์ทางเพศของฝ่ายชายมีส่วนสำคัญในการตั้งครรภ์ ในส่วนนี้เราจะมาดูข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวสเปิร์ม และปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถผลิตสเปิร์มที่มีคุณภาพกัน
.
👉 สิ่งแรกที่จะพูดถึงคือ เกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิตของสเปิร์มตัวหนึ่งตั้งแต่เริ่มเกิดมา สเปิร์มเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งมาก มีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า หากจะเทียบกันแล้วการเดินทางของสเปิร์มจะไกลเหมือนกับระยะทางที่คนต้องว่ายผ่านน้ำหนืดข้นไกลถึง 16 กิโลเมตรเลยทีเดียว
.
👉 การเดินทางนี้เริ่มต้นจากเซลล์ภายในถุงอัณฑะของผู้ชายซึ่งจะใช้เวลาสองถึงสามเดือนกว่าจะได้สเปิร์มตัวเต็มวัย หากต้องการผลิตสเปิร์มที่มีสุขภาพดีและแข็งแรงควรรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและหลี่กเลี่ยงสิ่งร้ายๆ อย่างการสูบบุหรี่ ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตสเปิร์มที่มีคุณภาพดีได้อยู่เสมอๆ
.
👉 ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์สเปิร์มจะถูกปล่อยออกมาในช่องคลอดของผู้หญิง การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นที่นี่ สเปิร์มจะว่ายเคลื่อนที่มุ่งผ่านปากมดลูก (จากการช่วยเหลือของมูกช่องคลอดหรือมูกไข่ตก (cervical mucus, CM)) และมุ่งเข้าสู่มดลูก จากนั้นก็จะต้องว่ายไปยังข้างใดข้างหนึ่งของปีกมดลูก ที่นี้เองที่สเปิร์มส่วนมากจะตายลงหรือมีจำนวนสเปิร์มรอดไปหาไข่ลดลงเนื่องจากหมดพลังงาน หรือไม่ก็ว่าไปผิดทาง หรือว่ายไปวนไปวนมาอยู่กับที่ สเปิร์มบางส่วนจะตายลงเพราะถูกกำจัดโดยแอนตีบอดีหรือไม่ก็ทนสภาพความเป็นกรดในมดลูกไม่ได้ ปัจจัยทั้งหมดนี้ซึ่งได้แก่ ความสามารถในการว่ายเคลื่อนที จำนวนสเปิร์ม การใช้พลังงานภายในตัวสเปิร์ม และการมี CM ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จะกำหนดว่าจะมีสเปิร์มรอดชีวิตสามารถไปสู่จุดหมายที่ปีกมดลุกได้เท่าไหร่
.
👉 หากโชคดีมีเพศสัมพันธ์ถูกจังหวะสเปิร์มก็จะได้พบกับไข่ที่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า หากโชคไม่ดีสเปิร์มก็อาจต้องคอยเก้อ โดยส่วนมากแล้วสเปิร์มจะสามารถรออยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้หลายวัน ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมถ้าสเปิร์มแข็งแรงดีจะสามารถอยู่ได้ถึงห้าวัน แต่ก็มีจำนวนสเปิร์มไม่มากนักที่สามารถอยู่รอดได้นานขนาดนั้น เพื่อเป็นการอธิบายให้คุณได้เห็นภาพว่าสเปิร์มมีความ sensitive มากแค่ไหน หากนำสเปิร์มมาไว้นอกร่างกายให้สัมผัสกับอากาศตามปกติสเปิร์มจะตายภายในหนึ่งชั่วโมง โดยส่วนมากแล้วจะตายภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น หารสเปิร์มสามารถเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในมดลูกแล้วโอกาสรอดก็จะสูงขึ้นมาก โดยเฉลี่ยแล้วแม้แต่สเปิร์มที่มีความแข็งแรงดีพออาจจะอยู่รอดได้ประมาณสองวันในมดลูก จากจำนวนเริ่มต้นหลายร้อยล้านตัวสุดท้ายแล้วจะเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวที่สามารถอยู่รอดจนเจอกับไข่ ทีนี้คุณก็ได้เห็นแล้วว่าการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้อย่างไร
.
👉 โดยทั่วไปแล้วสเปิร์มที่อยู่รอดจะมารวมตัวกันที่ส่วนต้นๆ ของท่อนำไข่เพื่อรอไข่ตก หากเกิดการตกไข่จะมีสเปิร์มเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ทำการปฏิสนธิ หลังเกิดการปฏิสนธิและมีการรวมต้วของสารพันธุกรรมแล้วไข่จะมีการแบ่งตัวและเจริญเปลี่ยนไปเป็น blastocyst หลังจากนั้นห้าถึงหกวัน blastocyst จะเคลื่อนที่ลงไปยังมดลูก มีการเปลี่ยนแปลงและมีการเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็ว จนถึงเวลาและมีความพร้อมที่จะ “ทำการฝังต้ว” เข้ากับผนังโพรงมดลูก หลังเกิดการฝังตัว ณ จุดนี้เองที่ถือว่าการตั้งครรภ์เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว และนั่นก็คือเรื่องราวการเดินทางของสเปิร์ม
.
.
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *