📣📣 ตัวเลข/ระยะเวลา กับการมีบุตร

📣📣 ตัวเลข/ระยะเวลา กับการมีบุตร
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก www.babyandmom.co.th
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ Line:http://bit.ly/2Sj6CZR
👉 1. ใน 1 ปี มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ โอกาสท้อง 90%
เมื่อคู่สมรสที่มีความสัมพันธ์ทางเพศเป็นปกติเป็นเวลา 12-24 เดือนขึ้นไป แล้วยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น โดยในระหว่างนี้ไม่มีการใช้การคุมกำเนิดใดๆทั้งสิ้น จากการสำรวจวิจัยคู่สมรส 100 คู่ ที่อยู่กันครบ 1 ปี มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ จะมีลูกหรือกำลังตั้งครรภ์ถึง 90 คู่ หรือคิดเป็นร้อยละ 90 เหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ยังไม่มีลูก บางคนอาจ เคยมีลูกมาแล้ว มีความประสงค์อยากจะมีลูกใหม่ และได้พยายามอยู่นานเกิน กว่า 1 ปี ก็ยังไม่สำเร็จ กลุ่มนี้ก็ถือว่ามีอาการภาวะมีลูกยากเช่นกัน ต้องพิจารณาตรวจหาสาเหตุ และแก้ไขรักษาตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีแขนงนี้ก้าวหน้าไปไกลมาก
👉 2. คู่รักร้อยละ 10 จะมีบุตรยาก
ผู้ที่ประสบภาวะมีลูกยากจะไม่สามารถมีลูกหรือตั้งครรภ์ได้ โดยภาวะนี้อาจไม่ปรากฏอาการอื่นออกมาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายและผู้หญิงที่ประสบภาวะมีลูกยากอาจปรากฏสัญญาณบางอย่างจากการทำงานของร่างกายที่แตกต่างกัน โดยผู้หญิงอาจมีประจำเดือนไม่ปกติหรือไม่มีประจำเดือนเลย ส่วนผู้ชายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนที่งอกขึ้นมา หรือระบบร่างกายที่กระตุ้นแรงขับทางเพศเกิดความผิดปกติ ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบภาวะมีลูกยากควรพบแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาได้ในกรณีต่อไปนี้
.
ผู้หญิงที่ประสบภาวะมีลูกยาก
✅ อายุ 35-40 ปี โดยพยายามมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักเพื่อตั้งครรภ์เป็นเวลา 6 เดือนหรือมากกว่านั้น
✅ อายุ 40 ปีขึ้นไป
✅ รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือไม่มีรอบเดือนเลย
✅ ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง
✅ มีประวัติประสบภาวะมีลูกยาก
✅ ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID)
✅ เคยแท้งมาแล้วหลายครั้ง
✅ เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
✅ ผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยาก
✅ มีจำนวนอสุจิน้อยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ
✅ มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอัณฑะ ต่อมลูกหมาก หรือปัญหาทางเพศ
✅ เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
✅ ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele) โดยอัณฑะจะมีขนาดเล็กหรือถุงอัณฑะบวมขึ้น
✅ มีบุคคลในครอบครัวที่ประสบภาวะมีลูกยาก
👉 3. วันที่ 14 ของรอบเดือนคือวันตกไข่
การนับวันไข่ตกจะสามารถทำได้ ก็ต่อเมื่อก่อนหน้านั้นสตรีต้องมีการบันทึกวันที่ประจำเดือนมาในรอบก่อนหน้าอย่างน้อย 2 รอบเดือน คนที่รอบเดือนประจำแปรปรวนไม่สม่ำเสมอ อาจต้องบันทึกนานกว่านั้น นำระยะห่างระหว่างรอบเดือนลบด้วย 14 เช่น
.
ถ้าระยะห่างระหว่างรอบเดือนคือ 28 วัน นำ 28 -14 = 14 ดังนั้นจะตกไข่ในวันที่ 14 ของรอบเดือน
.
ถ้าระยะห่างระหว่างรอบเดือนคือ 32 วัน นำ 32-14 = 18 ดังนั้นจะตกไข่ในวันที่ 18 ของรอบเดือน
.
แต่ในสตรีที่มีรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ การคำนวณวันไข่ตกด้วยวิธีนี้อาจทำได้ยากและคลาดเคลื่อนได้
👉 4.การมีเพศสัมพันธ์วันที่ 13 15 และ 17 ของรอบเดือนจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูง
วันที่ 13 – 16 ของรอบเดือนเป็น ช่วงที่ต้องตระหนักว่าจะ “ท้อง” โดยไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่จะหลุดออกจากถุงไข่ เรียกว่า “ตกไข่” แล้วถูกผลักดันเข้าไปในท่อนำไข่ รอรับการผสมจากตัวอสุจิที่เดินทางมาหาเพื่อให้มีการปฏิสนธิ และจะเกิดตั้งครรภ์ขึ้น ช่วงไข่ตกอาจมีเลือดออกเล็กน้อยได้ บางคนรู้สึกเจ็บท้องแปล๊บที่บริเวณท้องน้อยได้ ให้สังเกตุว่าช่วงนี้จะมีมูกเหลวไหลออกมาจากช่องคลอด ลักษณะเหมือนไข่ขาวดิบปริมาณมาก
👉 5.มีเพศสัมพันธ์ภายใน 12-48 ชั่วโมง หลังตรวจเจอ LH เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
ชุดตรวจการตกไข่ (LH ovulation test) จะตรวจหาฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ (Luteinizing hormone – LH) ในปัสสาวะ ในภาวะปกติร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน LH ออกมาในปริมาณน้อย จนถึงระยะก่อนเวลาไข่ตกฮอร์โมน LH จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นให้ถุงไข่ปริออก แล้วไข่ก็จะหลุดออกมา การตกไข่จะเกิดขึ้นภายในเวลา 12-48 ชั่วโมง หลังตรวจเจอฮอร์โมน LH ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากตรวจพบฮอร์โมน LH นี้อยู่ในระดับสูงสุด ก็จะทำให้มีโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น
👉 6. ไข่ตกแล้วมีระยะเวลารออสุจิได้ 24 ชั่วโมง
การปฏิสนธิจะเกิดขึ้นเมื่อมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่มีการตกไข่เท่านั้น โดยใน 1 เดือนจะมีกระบวนการตกไข่เพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งหมายความว่าใน 1 เดือนมีโอกาสเพียงไม่กี่วันเท่านั้นที่ผู้หญิงจะตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตาม การมีเพศสัมพันธ์และวันที่ไข่ตกนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกันถึงจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากสเปิร์มที่แข็งแรงสามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้นานกว่า 48-72 ชั่วโมง และไข่จะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 12-24 ชั่วโมงหลังการตกไข่ โดยผู้ที่มีประจำเดือนมาปกติ จะเกิดการตกไข่ 14 วันก่อนมีประจำเดือนครั้งต่อไป ซึ่งการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นเมื่อสเปิร์มและไข่ผสมกันแทบจะทันทีหลังเกิดการตกไข่
👉 7. ระยะเวลาที่อสุจิสามารถอยู่ในโพรงมดลูกได้ คือ 48-72 ชั่วโมง
อสุจิ (Sperm) โดยทั่วไป ถ้าอยู่ภายในร่างกาย สามารถมีชีวิตอยู่ได้เฉลี่ย 48-72 ชั่วโมง หรือประมาณ 2-3 วันค่ะ ส่วนไข่ (Egg) หลังจากที่ตกออกมาจากรังไข่เเล้วจะอยู๋ได้ประมาณ 24 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นสาเหตุที่ว่าการที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวันไข่ตก มีโอกาสสูงมากกว่าที่น่าจะปฏิสนธิได้ค่ะ เนื่องจากการที่มีอสุจิไปรออยู่ท่ีท่อนำไข่ก่อน ซึ่งเป็นตำเเหน่งที่มีการปฏิสินธิ เเล้วมีการตกไข่ จนเดินทางมาเจอกัน จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ค่ะ แต่ถ้าอสุจิที่เดินทางมาไม่ถึงที่ท่อนำไข่ ส่วนมากก็จะสลายไปค่ะ ไม่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ค่ะ
👉 8. ตัวอ่อนฝังตัวสำเร็จในวันที่ 7-9 นับตั้งแต่วันปฎิสนธิ
การฝังตัวตามธรรมชาติของตัวอ่อนจะเกิดขึ้นหลังไข่ตกประมาณ 7-9 วัน กรณีของเกิดหลอดแก้วการ ฝังตัวจะขึ้นกับระยะของตัวอ่อนที่ใส่กลับสู่โพรงมดลูก ถ้าใส่ตัวอ่อนกลับในวันที่ 3 หลังการเก็บไข่ ตัวอ่อนจะฝังตัวใน 3-5 วันโดยประมาณ และถ้าใส่ตัวอ่อนกลับในวันที่ 5 ตัวอ่อนจะฝังตัวหลังจากนั้น 1-3 วัน ถ้าตัวอ่อนน้ันไม่ฝังตัวจะค่อยๆฝ่อไปเอง โดยสตรีนั้นจะไม่มีอาการหรืออาการแสดงใดๆที่บ่งบอกว่า ตัวอ่อนเกิดการฝังตัวหรือไม่ อาการท้องอืด คัดเต้านมมักเกิดจากฮอร์โมนที่ใช้หลังการใส่ตัวอ่อน ไม่สามารถใช้คาดเดาการตั้งครรภ์ได้
👉 9. ควรตรวจการตั้งครรภ์ 14วัน หลังมี SEX จะให้ผลแม่นยำ
หากเป็นการตรวจเลือดดูค่าระดับฮอร์โมน HCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนของการตั้งครรภ์นั้น สามารถเริ่มตรวจพบได้ที่ประมาณ 1 สัปดาห์หลังไข่ตกและมีการปฏิสนธิขึ้นค่ะ (จะเร็วกว่าการตรวจปัสสาวะ)
ส่วนการตรวจหาการตั้งครรภ์ด้วยชุดตรวจปัสสาวะนั้น ขึ้นกับแต่ละยี่ห้อด้วย บางยี่ห้อสามารถตรวจหาฮอร์โมน HCG ได้ตั้งแต่ระดับ 20 mIU/ml แต่บางยี่ห้อ สามารถตรวจได้เมื่อมีค่าฮอร์โมนเกิน 100 mIU/ml ขึ้นไปแล้ว ดังนั้นบางยี่ห้อจึงอาจเริ่มตรวจพบได้ตั้งแต่หลังตกไข่ไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่ความแม่นยำก็จะยังไม่มากนัก
.
ดังนั้นโดยทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจเมื่อประจำเดือนขาดไปแล้ว 1-2 วัน และตรวจในตอนเช้าหลังตื่นนอน โอกาสที่จะตรวจพบส่วนใหญ่ก็จะมากกว่า 95% แล้วค่ะ หากรอให้ประจำเดือนขาดไป 1 สัปดาห์ โอกาสตรวจพบก็จะได้ประมาณ 99% ค่ะ
👉 10. มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 2-3 วัน เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
ภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยไม่คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปี ภาวะดังกล่าวถือเป็นปัญหามีบุตรยากของคู่รัก ที่เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมาจากทั้งคู่ หรือปัจจัยอื่นรวมกัน อันส่งผลต่อการตั้งครรภ์
👉 11. สาเหตุของภาวะมีลูกยากที่เกิดจากผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 40-50
สาเหตุมีลูกยากโดยทั่วไปแล้ว การตั้งครรภ์หรือมีลูก เกิดจากกระบวนการตกไข่และกระบวนการปฏิสนธิที่สมบูรณ์ ทั้งนี้ ภาวะมีลูกยากอาจปรากฏตั้งแต่เกิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง สาเหตุของภาวะมีลูกยากของผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน โดยสาเหตุของภาวะมีลูกยากที่เกิดจากผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 40-50 เกิดจากผู้ชายคิดเป็นร้อยละ 20-30 และเกิดจากทั้งผู้ชายและผู้หญิง และ/หรือเกิดจากปัจจัยอื่นที่ระบุไม่ได้ คิดเป็นร้อยละ 20-30 เช่นกัน
.
สาเหตุจากฝ่ายหญิงพบได้ประมาณร้อยละ 40 – 50
ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความ การทำงาน ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด การติดเชื้อ ความผิดปกติของระบบ
ฮอร์โมนทำให้ไม่มีการตกไข่ ผนังมดลู เจริญเติบโตไม่ดี พบท่อรังไขอุดตัน พัผืด หรือเนื้องอกในมดลูก เยื่อผนังมดลูก
เจริญผิดที่ (Endometriosis) ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยการ ตรวจคุณสมบัติของมูกปากมดลูก เช่นตรวจ ความเป็นกรด-ด่าง การทดสอบหลังมีเพศสัมพนธ์ ตรวจการตกผลึกเป็นรูปเฟิร์น และ การยืดตัวในช่วงไข่ตก รวมทั้งการเพาะเชื้อเป็นต้น
👉 12.สาเหตุของภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชายคิดเป็นร้อยละ 20-30
สาเหตุจากฝ่ายชาย
สาเหตุจากฝ่ายชายเท่าที่มีรายงาน ภาวะมีลูกยาก จะ
พบประมาณร้อย ละ 20-30 ซึ่งสามารถพิสูจน์ทราบได้โดย
การตรวจ วิเคราะห์น้ำอสุจิ เป็นการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
ธรรมดา หรือ อาศัยคอมพิวเตอร์ช่วยตรวจหา กรณีที่ผล ออก
มาผิดปกติ กรรมวิธีการรักษาจะข้ามขั้นตอน ไปทำ”อิ๊กซี”หรือ “เด็กหลอดแก้ว” จึงไม่เป็นปัญหาอีกแล้ว
👉 13. 1 ปี คือระยะเวลาที่ปล่อยธรรมชาติแต่ไม่ท้อง แสดงว่าอาจมีบุตรยาก
ภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยไม่คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปี ภาวะดังกล่าวถือเป็นปัญหาของคู่รักที่เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งคู่ และ/หรือปัจจัยอื่นรวมกันอันส่งผลต่อการตั้งครรภ์
.
โดยทั่วไปแล้ว ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงจะปล่อยไข่ออกมาจากรังไข่ เพื่อรับการปฏิสนธิจากอสุจิของเพศชาย ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะเคลื่อนตัวจากท่อนำไข่ไปฝังตัวที่มดลูก ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ อายุ 35 ปีขึ้นไป และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือนที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่รักอย่างสม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหามีลูกยาก ส่วนผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยากจะได้รับการตรวจภาวะดังกล่าวด้วยวิธีการทางการแพทย์หลายอย่าง รวมทั้งตรวจอสุจิในห้องทดลองด้วย เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถมีลูกได้
cr. lovecarestation
dumex
pobpad
aivfclinic
bangkokhospital
GFC
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *