📣📣 ฝากตัวอ่อนไว้ก่อนได้? “ทางเลือกของคนยังไม่พร้อมมีบุตร”

📣📣 ฝากตัวอ่อนไว้ก่อนได้?
“ทางเลือกของคนยังไม่พร้อมมีบุตร”
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.babyandmom.co.th/fertility-supplements
คู่รักหลายคู่ที่อยากมีลูกแต่ยังไม่พร้อมตอนนี้ เพราะอยากมีเวลาของสองเราก่อน เมื่อถึงเวลาที่จะสร้างครอบครัวอายุอาจจะปาเข้าไป 35 ปีแล้วอาจเข้าสู่ภาวะมีบุตรยาก พยายามกันทุกวิถีทางแล้วเจ้าตัวน้อยก็ยังไม่มา วันนี้ครูก้อยมีคำแนะนำสำหรับคู่สามี ภรรยาที่ร่างกายสมบูรณ์ แต่ยังไม่พร้อมมีลูก มีทางเลือกในการ “ฝากตัวอ่อน” ไว้ก่อนได้ค่ะ
👶การฝากตัวอ่อน คือการที่นำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิ วิเคราะห์ตัวอ่อนแล้วนำไปแช่แข็งเก็บไว้ก่อน เมื่อมีความพร้อมจะตั้งครรภ์ก็นำตัวอ่อนนั้นย้ายเข้าไปในมดลูกของฝ่ายหญิง เราก็จะได้ลูกที่เกิดตอนคุณแม่อายุยังน้อย ตอนที่ไข่สมบูรณ์เต็มที่
👉อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงขั้นการฝากตัวอ่อน ว่าที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องบำรุงไข่ บำรุงสเปิร์มไปให้พร้อม ก่อนที่จะเข้ากระบวนการ โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดอาหารหวาน งดอาหารที่มีไขมันสูงค่ะ ครูก้อยแนะนำดังนี้ค่ะ
👩‍🦰ฝ่ายหญิง ก่อนไปเก็บไข่ควรบำรุงไข่ล่วงหน้า 3 เดือนค่ะ โดยเน้นรับประทานโปรตีน ผักผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เน้นโปรตีนจากพืชและธัญพืช เช่นงาดำ อัลมอน ถั่วต่างๆ ครูก้อยรวบรวมมาให้แล้วตามนี้ค่ะ “สูตรบำรุงไข่” คลิกเพื่อศึกษาและทานตามนี้เลยค่ะแม่ๆ
🧑ฝ่ายชาย ก็ต้องบำรุงสเปิร์มเช่นกันนะคะ โดยเน้นรับประทานอาหารที่บำรุงสเปิร์ม เช่น เมล็ดฟักทอง ผักที่มีสารเบต้าแคโรทีน และ ไลโคปินสูงได้แก่แครอท และ มะเขือเทศที่ช่วยบำรุงสเปิร์มโดยตรง ช่วยเพิ่ม ปริมาณ คุณภาพ และ การเคลื่อนไหวของสเปิร์มให้วิ่งปร๋อค่ะ ครูก้อยรวบรวม”สูตรบำรุงสเปิร์ม” มาให้แล้ว คลิกเลยค่ะ 👇
🎯ครูก้อยจะพาไปดูหลักเกณฑ์ตามกฎหมายในการฝากตัวอ่อนว่ามีหลักเกณ์อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
👩‍⚖️ตามประกาศแพทยสภา ที่ 95 (4)/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสร้าง การเก็บรักษา การใช้ประโยชน์จากตัวอ่อน หรือการทําให้สิ้นสภาพของตัวอ่อน มีวิธีการและเงื่อนไข ดังนี้
➡️วิธีการรับฝากตัวอ่อน
1. มีการลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมทั้งสามีและภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. มีการตรวจประเมินสุขภาพของผู้ฝากเพื่อป้องกันการถ่ายทอด โรคติดต่อ เช่น เอชไอวี ตับอักเสบและซิฟิลิส เป็นต้น
3. มีระบบข้อมูลในการเก็บรักษาตัวอ่อน ให้สามารถตรวจสอบติดตามการนําไปใช้ ข้อมูลดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 20 ปี
4. มีระบบการเก็บรักษาที่แยกกันชัดเจนในกรณีที่มีการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ
➡️การรับฝากตัวอ่อนต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. การเก็บแช่แข็งตัวอ่อนของตนเองเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก หรือ
2. การเก็บแช่แข็งตัวอ่อนของตนเองก่อนการรักษาด้วยเคมีบําบัด หรือการรักษาอื่น ที่อาจเป็นอันตรายต่อรังไข่
👉ส่วนกําหนดระยะเวลาการเก็บรักษาตัวอ่อนคือไม่ต่ำกว่า 5 ปี เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นไว้เป็นหนังสือค่ะ
🎯อย่าลืมนะคะว่าตามกฎหมายนั้น การสร้าง การเก็บรักษา การใช้ประโยชน์ หรือทําให้สิ้นสภาพของตัวอ่อน ต้องดําเนินการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ดําเนินการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ และต้องกระทําภายใต้การกํากับดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งอยู่ในองค์ประกอบ ของบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ที่มีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนต้องมีระบบควบคุมคุณภาพ มีระบบข้อมูล ของอสุจิ ไข่ และตัวอ่อน และกํากับดูแลโดยนักวิทยาศาสตร์ด้านการเลี้ยงตัวอ่อนที่ปฏิบัติงานเต็มเวลาค่ะ
🎯ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือว่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและทันสมัย พร้อมที่จะฝากตัวอ่อนที่จะเป็นลูกน้อยมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเราในอนาคตค่ะ
.
cr. ประกาศแพทยสภา ที่ 95 (4)/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสร้าง การเก็บรักษา การใช้ประโยชน์จากตัวอ่อน หรือการทําให้สิ้นสภาพของตัวอ่อน
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *