📣📣 วัดความเสี่ยงมีบุตรยากด้วยการตรวจระดับฮอร์โมน‘AMH’

📣📣 วัดความเสี่ยงมีบุตรยากด้วยการตรวจระดับฮอร์โมน‘AMH’
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก www.babyandmom.co.th
.
👉 วัดความเสี่ยงมีบุตรยากด้วยการตรวจระดับฮอร์โมน‘AMH’ – คู่แต่งงานที่ประสบปัญหาการมีบุตรยากถึงร้อยละ 40 ส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุ
.
👉 นพ.ธีรยุทธ์ จงวุฒิเวศย์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และหัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร ร.พ.พญาไท 2 กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่สามารถโทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ตามสถิติระบุว่าคู่สมรสที่ประสบภาวะมีบุตรยากที่ทราบสาเหตุมักจะมีสาเหตุจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงในอัตราเท่าๆ กันนั่น คือ ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายร้อยละ 40 มีสาเหตุจากทั้งสองฝ่ายร้อยละ 20
.
👉 ปกติแล้วผู้หญิงเรามีไข่ในรังไข่จำกัด ไข่เหล่านี้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก จะมีไข่เพียง 3-4 แสนฟอง และในแต่ละเดือนจะมีไข่หลายใบโตขึ้นเพื่อแข่งขันกัน และตกออกมาใช้งานเพียง 1 ฟองเท่านั้น พออายุมากขึ้น จำนวนไข่จึงเริ่มน้อยลง คุณภาพก็ด้อยตามลงไป จึงเป็นผลให้ผู้หญิงช่วงวัย 40-49 ปีขึ้นไป ประสบปัญหาการมีบุตรยาก และเมื่ออายุ 49-50 ปีจะเป็นช่วงเข้าสู่วัยทอง รังไข่หยุดทำงาน ประจำเดือนหมด และจะไม่สามารถมีลูกได้
.
👉 อย่างไรก็ตามคุณผู้หญิงสามารถรู้ว่าตัวเองเป็นภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนดได้ โดยใช้การตรวจฮอร์โมน AMH ในการตรวจคัดกรองได้ ขอแนะนำว่าผู้ที่มีความต้องการจะมีบุตรตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรรีบตรวจให้แน่ใจ แม้จะไม่ได้มีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติก็ตาม
.
👉 นพ.ธีรยุทธ์กล่าวว่า สำหรับ AMH หรือ Anti-Mullerian hormone เป็นฮอร์โมนหนึ่งของผู้หญิง จะมีปริมาณสัมพันธ์กับจำนวนไข่ใบเล็กๆ ในรังไข่ แพทย์จึงใช้ฮอร์โมนนี้ในการตรวจวัดปริมาณของไข่ในรังไข่ได้ ซึ่งเป็นการตรวจแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ด้วยความแม่นยำในการตรวจที่มากกว่าการตรวจด้วย FSH : Follicle- Stimulating hormone หรือการทำอัลตรา ซาวน์นับฟองไข่ในวันที่ 2-3 ของประจำเดือน
.
👉 การตรวจนี้จะทำให้เรารู้ว่ารังไข่ทำงานเป็นอย่างไร จะได้วางแผนการมีบุตรต่อไปได้อย่างวางใจ
.
👉 นอกจากนั้นยังสามารถใช้ AMH ทำนายการตอบสนองของรังไข่ว่าจะตอบสนองมากน้อยเพียงใด หากเข้ารับการกระตุ้นรังไข่ในกระบวนการของเทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร และใช้ทำนายการตอบสนองรังไข่ว่าจะมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปหรือไม่ได้อีกด้วย
.
👉 นพ.ธีรยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนดไม่ถือเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะไม่ได้หมาย ความว่าหากเป็นโรคนี้แล้วจะไม่สามารถมีลูกได้ แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อค้นหาต้นเหตุเพื่อรักษาไม่ให้อาการแย่ลง หรือในกรณีที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์แนะนำให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ไข่ตกเพื่อให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากที่สุด แต่หากยังไม่ประสบความสำเร็จก็สามารถใช้เทคนิคเข้ามาช่วยในการมีบุตรได้เช่นกัน
.
Cr. khaosod
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *