📣📣 แท้ง….แล้วอยากท้องต่อต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

📣📣 แท้ง….แล้วอยากท้องต่อต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก www.babyandmom.co.th
.
🔴 การแท้งบุตรคืออะไร?
แท้ง (Miscarriage) เป็นการสูญเสียตัวอ่อนภายในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติหรือไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น วิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาเผยว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการแท้งเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนแรก โดย 50-75 เปอร์เซ็นต์ แท้ง ในช่วงก่อนที่ประจำเดือนจะหยุดไปหรือยังไม่ทันที่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ ทั้งนี้การแท้งเป็นเรื่องปกติที่หลายคนสามารถเผชิญได้ เพียงแต่สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่นั้นก็อาจยากที่จะทำใจยอมรับการสูญเสียที่เกิดขึ้น
.
🔴 สาเหตุการแท้ง
แท้ง ในช่วงไตรมาสแรก
โครโมโซมทารกผิดปกติ เป็นสาเหตุของการแท้งในช่วง 3 เดือนแรกที่พบได้บ่อยที่สุด โดยโครโมโซมนี้เป็นการจัดเรียงตัวกันของดีเอ็นเอ ซึ่งจะควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ตั้งแต่พัฒนาการของเซลล์ในร่างกาย หรือแม้แต่สีตาของทารก
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจเป็นการมีจำนวนโครโมโซมมากเกินปกติหรือมีจำนวนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ทารกไม่สามารถพัฒนาได้อย่างปกติและมีการแท้งเกิดขึ้นได้ในที่สุด ซึ่งการแท้งจากโครโมโซมที่ผิดปกติในช่วงแรกของการตั้งครรภ์นี้มีอัตราถึง 2 ใน 3 แต่ก็มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดการแท้งจากสาเหตุนี้ขึ้นอีกครั้ง ส่วนสาเหตุความผิดปกติของโครโมโซมที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด และส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปัญหาในโครโมโซมของบิดาหรือมารดาแต่อย่างใด
.
🔴ปัญหาจากรก รกมีหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างมารดากับทารกเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์ ดังนั้นปัญหาที่ส่งผลต่อการพัฒนาของรกจึงสามารถนำไปสู่การแท้งบุตรได้เช่นกัน
.
🔴 ปัจจัยเสี่ยงจากมารดา
👉 โรคอ้วน
👉 การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์
👉 การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินควร
👉 การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยในชา 1 แก้วจะมีคาเฟอีนประมาณ 75 มิลลิกรัม ส่วนในกาแฟสำเร็จรูปมักมีคาเฟอีน 100 มิลลิกรัมต่อแก้ว นอกจากนี้คาเฟอีนยังพบได้ในในเครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มที่มีรสซ่า รวมถึงช็อกโกแล็ตแท่งได้เช่นกัน
👉 การใช้สารเสพติดระหว่างตั้งครรภ์
👉 อายุที่มากเกินขณะตั้งครรภ์ ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ที่ทารกมีโครโมโซมผิดปกติ โดยหญิงตั้งครรภ์อายุ 40 ปี มีความเสี่ยงกว่าหญิงอายุ 20 ปีเป็น 2 เท่า และความเสี่ยงนี้ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
👉 มีประวัติการแท้งบุตรมาก่อน หญิงที่เคยแท้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปจะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงแท้งบุตรอีกครั้ง
.
🔴 แท้งแล้วต้องรออีกนานแค่ไหนถึงปล่อยท้องได้?
การแท้งบุตรไม่มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ในครั้งต่อไป ส่วนมากแล้วผู้ที่เคยผ่านการแท้งมาก็สามารถมีบุตรที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ การจะกลับมาตั้งครรภ์อีก ขึ้นกับสาเหตุการแท้งและการทำหัตถการ หรือการรักษา ได้แก่
👉 หากแท้งครบไม่ได้มีการขูดมดลูก สามารถปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไปได้เลย หรือแพทย์บางท่านอาจแนะนำให้คุมกำเนิดหรือเว้นช่วงการตั้งครรภ์ไป 1-3 เดือน
👉 แต่หากมีการขูดมดลูก แนะนำให้เว้นช่วงการตั้งครรภ์ไป 1-3 เดือน
👉 หากเป็นการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่ต้องผ่าผ่านผนังมดลูกเข้าไป ทำให้มีแผลที่กล้าม เนื้อมดลูก แนะนำให้เว้นช่วงการตั้งครรภ์ไป 6-12 เดือน
ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยว่าควรปล่อยให้ท้องต่อไปได้เมื่อไรค่ะ
.
🔴 5 วิธีเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับท้องต่อไป
👉 1.ด้านจิตใจ การแท้งบุตรอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยและส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้เป็นพ่อแม่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ การแท้งอาจพบได้บ่อย และโดยมากเป็นความผิดปกติตั้งแต่เซลล์ไข่ และขั้นปฏิสนธิ ซึ่งคุณทำอะไรได้ไม่มากนัก สิ่งสำคัญคือไม่ควรโทษตัวเองภายหลังการแท้ง ดังนั้นควรทำจิดใจให้สบาย ไม่เครียด เพราะความเครียด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประจำเดือนมาช้าหรือไม่ปกติ การคำนวนระยะไข่ตกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ก็ทำได้ยากตามไปด้วย ดังนั้นควรรีบกลับมาเข้มแข็งเพื่อให้มีแรงในการดูแลร่างกายไวๆ หากมีโอกาส ควรไปเที่ยวพักผ่อนให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ

👉 2.ด้านร่างกาย พักผ่อนให้เต็มที่ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด และยังช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายอีกด้วย หญิงที่กำลังวางแผนมีบุตรควรนอนพักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมง และไม่ควรนอนดึกจนเกินไป

👉 3. การกินอาหารที่มีประโยชน์และอุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน โดยเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เน้นวิตามินแร่ธาตุให้มาก และหลากหลาย เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายที่สึกหรอจากการแท้ง และบำรุงไข่ให้สมบูรณ์เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

#อยากท้องต้องศึกษา ครูก้อยรวมทุกขั้นตอนไว้ให้อย่างครบถ้วนแล้วนะคะ แค่อ่าน แล้วทำตาม สู้ๆ✌️

⭕️บำรุงไข่ บำรุงมดลูก ปรับสมดุลฮอร์โมน ทานตามคัมภีร์ เตรียมท้องธรรมชาติ
👇👇👇👇👇👇👇
https://www.babyandmom.co.th/fertility-supplements

💓ปรึกษา/สั่งของบำรุงแบบครูก้อย ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

👉 4. ออกกำลังกายวันละ 30 นาที ควรเริ่มออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดี ควรสำรวจดูว่าควรลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก สร้างกล้ามเนื้อเพิ่ม หรือควรฝึกสมรรถภาพการหายใจของปอดหรือไม่ วิธีออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน แอโรบิค หรือเล่นโยคะ โดยเฉพาะการเล่นโยคะที่ถือเป็นทางเลือกที่ดีเพราะจะได้ฝึกท่าทาง การหายใจ และสมาธิไปในคราวเดียว ทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้ขณะคลอดได้ด้วย

👉 5. รับประทานอาหารเสริม ควรเริ่มรับประทานกรดโฟลิค ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน ไปจนถึงระยะที่ตั้งครรภ์แล้วอีก 3 เดือน ในปริมาณวันละ 400-600 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความพิการทางสมองของทารก ซึ่งเป็นภาวะพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสมองและไขสันหลังของเด็ก รวมทั้งวิตามินรวมที่ประกอบด้วยวิตามินบี ทั้งนี้เมื่อตั้งครรภ์ไปแล้ว การใช้ยาหรืออาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง

สุดท้ายนี้..ครูก้อยขอเป็นกำลังใจ ให้แม่ๆลุกขึ้นมาสู้ ลุกขึ้นมาบำรุงดูแลตัวเองให้เต็มที่อีกครั้ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้การตั้งครรภ์ครั้งใหม่เป็นการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด และอย่าให้เวลามากดดัน ว่าจะต้องท้องต่อในทันทีนะคะ เพราะความเครียดอาจส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ได้

Cr. amarinbabyandkids
pobpad
haamor
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *