📣📣 10 สาเหตุของ “ภาวะไข่ไม่ตก”

📣 10 สาเหตุของ “ภาวะไข่ไม่ตก”
.
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก www.babyandmom.co.th
.
ภาวะไข่ไม่ตก (Anovulation) หมายถึง การที่ขาดprogesterone การตกไข่ไป การตกไข่ (Ovulation) คือ การที่รังไข่มีการปล่อยไข่ออกมา โดยจะเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ตามกระบวนการหากการตกไข่นั้นไม่ปกติ แต่ว่าไม่ได้ขาดหายไปเลยจะเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะตกไข่น้อย (Oligoovulation) ทั้งภาวะไข่ไม่ตกหรือภาวะตกไข่น้อย ต่างเป็นประเภทหนึ่งของภาวะตกไข่ผิดปกติ ภาวะตกไข่ผิดปกติพบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงได้บ่อย โดยพบได้มากถึง 40% ของผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก

.
อาการของภาวะไข่ไม่ตกหรือภาวะตกไข่ผิดปกติมีอะไรบ้าง?

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงที่มีภาวะไข่ไม่ตกจะมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอหรือเลวร้ายที่สุดอาจจะไม่มีประจำเดือนเลย หากรอบเดือนของคุณน้อยกว่า 21 วัน หรือมากกว่า 36 วัน นั้นอาจจะหมายถึงคุณมีภาวะตกไข่ผิดปกติ หรือหากรอบเดือนของคุณอยู่ในช่วง 21-36 วัน โดยที่ในแต่ละรอบเดือนนั้นไม่สม่ำเสมอ ก็เป็นอีกสัญญาณบอกถึงว่าคุณอาจจะมีภาวะตกไข่ผิดปกติ

ยกตัวอย่างเช่น หากเดือนนี้รอบเดือนของคุณอยู่ที่ 22 วัน เดือนถัดไป 35 วัน ซึ่งช่วงรอบเดือนทั้ง 2 นี้มีความต่างมาก (22 กับ 35 วัน) และอาจเป็นสัญญาณบอกถึงว่าอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่

มันเป็นไปได้ที่คุณมีรอบเดือนที่เกือบจะปกติ แต่ไม่มีการตกไข่ แม้ว่าจะพบภาวะนี้ไม่บ่อยก็ตาม การมีประจำเดือนที่ไม่มีการตกไข่เรียกว่า ภาวะรอบเดือนที่ไม่มีไข่ตก (Anovulatory cycle)

ภาวะไข่ไม่ตกและภาวะตกไข่ผิดปกติทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร?

สำหรับคู่สมรสที่ไม่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก โอกาสมีบุตรมีประมาณ 25% ในแต่ละเดือน เพราะแม้ว่าจะมีการตกไข่ตามปกติก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ในกรณีที่ผู้หญิงมีภาวะไข่ไม่ตก ก็จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เนื่องจากไม่มีไข่สำหรับการปฏิสนธิ หากผู้หญิงมีการตกไข่ที่ไม่ปกติก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยลง เนื่องจากมีการตกไข่บ่อยน้อยกว่าปกติ นอกจากนี้การตกไข่ที่ช้ากว่าปกติก็ไม่ได้ให้ไข่ที่มีคุณภาพดีเท่าไรนักและการตกไข่ที่ไม่ปกติยังบอกถึงฮอร์โมนในร่างกายผู้หญิงที่อาจจะทำงานได้ไม่ปกติเท่าไรนัก การที่ฮอร์โมนไม่ปกติบางครั้งอาจทำให้เกิดปัญหา ดังต่อไปนี้

ขาดมูกไข่ตก (Fertile cervical mucus)
ผนังมดลูกบาง หรือหนาเกินไป (ตำแหน่งที่ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะมาฝังตัว)
ระดับฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนต่ำผิดปกติ
ระยะ Luteal phase สั้นลง
อะไรเป็นสาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก?

ภาวะไข่ไม่ตกและภาวะตกไข่ผิดปกติต่างมีสาเหตุได้หลากหลาย สาเหตุที่พบได้บ่อยของภาวะตกไข่ผิดปกติคือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome (PCOS)

นอกจากนี้สาเหตุอื่นๆ ของภาวะตกไข่ผิดปกติหรือภาวะไข่ไม่ตก ได้แก่

– ภาวะอ้วน
– น้ำหนักตัวต่ำเกินไป
– การออกกำลังกายหักโหม
– ภาวะระดับโปรแลคตินสูง (Hyperprolactinemia)
– ภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนเวลาอันควร (Premature ovarian failure)
– วัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) หรือสภาพรังไข่ต่ำ (Low ovarian reserves)
– ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ (ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism))
– มีความเครียดสูงเกินไป

.
จะวินิจฉัยภาวะไข่ไม่ตกได้อย่างไร?

แพทย์จะซักประวัติคุณเกี่ยวกับรอบประจำเดือน หากคุณมีรอบเดือนที่ผิดปกติหรือขาดหายไปแพทย์จะสงสัยภาวะตกไข่ผิดปกติ แพทย์อาจให้คุณตรวจและบันทึกอุณหภูมิร่างกายของคุณที่บ้านเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งหรือให้ใช้ชุดทดสอบ LH

หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน โดยระดับฮอร์โมนตัวหนึ่งที่รวมอยู่ด้วยคือการตรวจดู 21 progesterone หลังจากมีการตกไข่ ฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนจะสูงขึ้น ดังนั้นหากฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนของคุณไม่มีการเพิ่มขึ้น คุณอาจจะไม่มีการตกไข่

แพทย์อาจจะยังตรวจอัตราซาวนด์เพื่อดูขนาดและรูปร่างของมดลูกและรังไข่ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจได้ว่ารังไข่มีลักษณะเป็นถุงน้ำหรือไม่ (อาการหนึ่งของ PCOS) อัลตราซาวนด์สามารถใช้ตรวจดูการเจริญเติบโตของ Follicle และการตกไข่ แต่ว่าวิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมนักเนื่องจากคุณจำเป็นต้องอัลตราซาวนด์หลายครั้งระหว่างช่วง 1-2 สัปดาห์

มีวิธีรักษาภาวะไข่ไม่ตกได้อย่างไรบ้าง?

การรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก

ในผู้ป่วยที่มีภาวะไข่ไม่ตกหลายรายสามารถรักษาได้โดย #การเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันและอาหารการกิน

หากน้ำหนักตัวที่ต่ำเกินไปหรือการออกกำลังกายหักโหมเป็นสาเหตุของภาวะไข่ไม่ตก การเพิ่มน้ำหนักตัวหรือลดการออกกำลังกายลงก็เพียงพอต่อการให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติ เช่นเดียวกันกับภาวะอ้วน หากคุณมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนัก 10% จากเดิมก็สามารถช่วยให้มีการตกไข่กลับมาเป็นปกติ การรักษาภาวะไข่ไม่ตกที่พบได้บ่อย คือ ยารักษาภาวะมีบุตรยาก

การให้ยารักษาภาวะมีบุตรยาก (เช่น Clomid ,metformin ) ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้ผล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

แต่ในผู้หญิงบางคนที่ไม่สามารถตั้งครรภ์จากภาวะไข่ไม่ตกได้ อาจจะเลือกการรักษาด้วยเด็กหลอดแก้ว (IVF) , ICSI

.

1. ระบบการทำงานที่ควบคุมการผลิตฮอร์โมนสำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนจากวัยเด็กมาเป็นวัยรุ่น และตอนที่รังไข่ใกล้จะหยุดทำงานได้แก่ ช่วงที่สตรีใกล้จะหมดประจำเดือน การทำงานของฮอร์โมนจะไม่สม่ำเสมอเหมือนอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์

2. ภาวะมีถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ที่มีระดับฮอร์โมนเพศไม่สมดุลพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ได้

3. มีภาวะ/โรคอ้วน ไขมันที่สะสมในคนที่อ้วนสามารถเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ ทำให้ระดับเอสโตรเจนในร่างกายสูงซึ่งจะไปมีผลกระทบระบบการควบคุมการตกไข่

4. ภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักลดอย่างมากจะไปมีผลต่อสมองส่วนไฮโปธาลามัสในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ ทำให้การพัฒนาฟองไข่ในรังไข่ไม่ปกติจึงไม่สามารถโตไปจนเกิดการตกไข่ได้ พบภาวะนี้ได้บ่อยในพวกนางแบบหรือวัยรุ่นที่อยากผอมอย่างมาก

5. มีความเครียดซึ่งจะไปมีผลต่อสมองส่วนไฮโปธาลามัสในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์เช่นกัน ทำให้การพัฒนาฟองไข่ในรังไข่ไม่ปกติ ฟองไข่จึงไม่สามารถโตไปจนเกิดการตกไข่ได้

6. ภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร หรือรังไข่เสื่อม คือการที่รังไข่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศได้ก่อนอายุ 40 ปี โดยจะมีอาการที่พบได้คือ การขาดประจำเดือน การมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ต่ำ และมีฮอร์โมน folliclular stimulating hormone (FSH) ซึ่งสร่างจากต่อมใต้สมอง อยู่ในระดับที่สูงมาก เหมือนที่พบในสตรีวัยหมดประจำเดือน

พบภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร ประมาณ 1% ในสตรีที่อายุน้อยกว่า 40 ปี แต่ผู้ป่วยร้อยละ 50-75 มีการกลับมาทำงานของรังไข่ได้เป็นครั้งคราว

7. การออกกำลังกายอย่างหนัก/หักโหมจะไปมีผลต่อสมองในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์เช่นกัน ทำให้การพัฒนาฟองไข่ในรังไข่ไม่ปกติ จึงไม่สามารถโตไปจนเกิดการตกไข่ได้

8. มีโรคที่มีผลกระทบต่ออวัยวะที่ผลิตฮอร์โมนการเจริญพันธุ์เช่น เนื้องอกสมองที่ไปกดบริเวณสมองไฮโปธาลามัส, ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป/ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ, ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป/ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน

9. กินอาหารรสหวาน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อินซูลินสูง จนเกิดภาวะดื้ออินซูลิน
ซึ่งอินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นภายในตับอ่อน นอกจากมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินยังทำหน้าที่กระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เทสโทสเทอโรน ผู้หญิงที่มีภาวะดื้ออินซูลิน หรือภาวะที่เซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองกับปริมาณอินซูลินปกติ ทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมากขึ้นไปด้วย โดยปริมาณอินซูลินและเทสโทสเทอโรนที่มากผิดปกติ จะกระทบต่อการสร้างถุงน้ำในรังไข่ การตกไข่ ลักษณะทางกายภาพ และน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ดังนั้น ภาวะดื้ออินซูลิน จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลให้ไข่ไม่ตก

10. โปรแลคตินสูง
เป็นฮอร์โมนผลิตออกมาจากสมองส่วนหน้าเช่นเดียวกับ FSH และ LH มีหน้าที่กระตุ้นต่อมน้ำนมให้สร้างน้ำนมเพื่อเลี้ยงทารก ระดับโปรแลคตินจะสูงในสตรีขณะตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตรมันมีอำนาจยับยั้งการหลั่งของ FSH และ LH เมื่อ FSH และ LH ลดลง การกระตุ้นการทำงานของรังไข่ก็ลดลง ทำให้การผลิตฮอร์โมนจากรังไข่ลดลง และไม่ตกไข่

ภาวะโปรแลคตินสูงในสตรีที่ไม่ตั้งครรภ์ และไม่ได้ให้นมบุตร จะมีผลกระทบต่อการทำงานของรังไข่ด้วย มีความรุนแรงต่างกันแล้วแต่ระดับของฮอร์โมนที่ผิดปกติและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตั้งแต่มีการตกไข่ปกติ, มีการตกไข่แต่ระดับโปรเจสเตอโรนต่ำ, การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตกไข่เลย ทำให้บางครั้งประจำเดือนไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือน

สาเหตุของภาวะโปรแลคตินสูงผิดปกติมีหลายอย่าง อาจเกิดจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนล่างหรือเนื้องอกของต่อมใต้สมองเอง โรคของต่อมธัยรอยด์ หรือความเครียดของประสาท, การถูกกระตุ้นบริเวณเต้านมหรือหัวนม, การถูกรบกวนหรือเส้นประสาทบริเวณทรวงอก การรับประทานยาบางอย่างโดยเฉพาะยาระงับประสาทและยาฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด ยารักษาความดันโลหิตสูง หรือ ยารักษาโรคกระเพาะอาหารบางอย่าง

อาการของภาวะโปรแลคตินสูงผิดปกติ ก็มักเป็นอาการของการทำงานของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีบุตรยาก, แท้งบ่อย, ประจำเดือนมาผิดปกติ, ไม่สม่ำเสมอหรือขาดประจำเดือนอาจมีอาการปากช่องคลอดและช่องคลอดแห้งบาง, เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์, ความรู้สึกทางเพศลดลง กระดูกพรุน ถ้ามีเนื้องอกของต่อมใต้สมองก็อาจมีอาการปวดศีรษะ ลานสายตาหรือการมองเห็นภาพผิดปกติ บางรายก็พบว่ามีน้ำนมไหล ทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือไม่ได้มีลูกอ่อนที่กำลังให้นมแม่ ในผู้ชายอาจมีภาวะโปรแลคตินสูงด้วยเหมือนกันทำให้มีปัญหาเชื้ออสุจิผิดปกติ และความรู้สึกทางเพศลดลงได้

Cr. SAFE FERTILITY CENTER ,honesdocs

.
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *