📣📣 8 สิ่งที่คนอยากท้องเค้าไม่ทำกัน!!!!!

📣📣 8 สิ่งที่คนอยากท้องเค้าไม่ทำกัน!!!!!
ศึกษาความรู้เพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.babyandmom.co.th/fertility-supplements
.
8 สิ่งที่ คนอยากมีลูกไม่ควรทำ ❌
ทำแบบนี้ประจำก็เลยไม่ท้องสักที! ทำไมบางคู่เดี๋ยวก็ท้อง ปุ๊บปั๊บลูกสามแล้ว แต่เรายังไม่มีหวังเลย พยายามมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ค่ะ
♦️ 1. กินของหวาน น้ำตาลสูง
ข้อมูลทางการแพทย์รายงานว่า ภาวะที่พบร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดผิดปกติ, เส้นเลือดตีบแข็ง (atherosclerosis) และกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่ (PCOS) หรือไข่ไม่ตกเรื้อรัง
ซึ่งหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลิน ตั้งแต่พันธุกรรม, ความอ้วน, ความเฉื่อย ไม่ค่อยทำกิจกรรม, อายุที่เพิ่มขึ้น, ยา, และโภชนาการ
.
🔴 สำหรับคนที่ไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS) ส่งผลให้ท้องยาก นอกจากการเข้าพบแพทย์เพื่อใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด (คล้ายกับยาของผู้ป่วยเบาหวาน) แล้วการปฏิบัติตัวก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ
👉 1. การควบคุมน้ำหนัก เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และควบคุมน้ำหนักตัว โดยลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 5-10 ลดหรืองดอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เน้นผักผลไม้เพื่อให้ได้กากใยอาหารเพิ่มขึ้น งดเค้ก เบเกอร์รี่ น้ำหวาน น้ำอัดลม แม้แต่ผลไม้รสหวานก็ต้องงด และเลี่ยงพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวต่างๆ เช่น ข้าวขาว เส้นขาว โดยเมื่อเรากิน ข้าวขาว น้ำตาล ขนมปัง ผลไม้รสหวาน ก็จะถูกร่างกายย่อยเป็นกลูโคส ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ฮอร์โมนอินซูลินที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจึงหลั่งออกเพื่อนำน้ำตาลในโลหิต ไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายที่ต้องการพลังงาน ส่วนที่เหลือจะถูกลำเลียงนำไปเก็บเอาไว้ในตับและกล้ามเนื้อ หรือ ที่เรียกว่า “ไกลโคเจน” แต่ถ้ายังเหลืออีกก็จะถูกเก็บเป็นไขมัน ส่งผลให้อ้วนแบบไม่ต้องสงสัย (อ้วนไปก็ท้องยาก เสี่ยง PCOS ไข่ไม่ตกเรื้อรัง)
👉 2. การออกกำลังกาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของไขมันตามร่างกาย ทำให้ลดไขมันบริเวณช่องท้องและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและยังเพิ่มความไวต่ออินซูลิน โดยฉพาะที่กล้ามเนื้อ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานลดลงด้วย
.
กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (PCOS) นี้ถือเป็นโรคเรื้อรังในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ไม่มีคำตอบว่าจะใช้เวลารักษานานเท่าใดจึงจะหายจากโรค มีอาการและอาการแสดงออกในแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีความเกี่ยวเนื่องกับความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ถ้าไม่ได้รับวินิจฉัยและการรักษาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีประจำเดือนผิดปกติ ไม่สม่ำเสมอทุกเดือน มีอาการแสดงออกของฮอร์โมนเพศชายเกิน มีภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง มีปัญหามีบุตรยาก อาจต้องสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มอาการนี้ ควรมารับการตรวจรักษาเพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติและรับการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และโภชนาการอย่างต่อเนื่อง
♦️ 2. ออกกำลังกายหนักเกินไป
การออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายในระดับปกติ สม่ำเสมอ ไม่รุนแรงเกินไปอย่างน้อย 30-45 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ร่างกายเกิดสมดุลที่ดี การตกไข่ปกติ ประจำเดือนปกติ จะทำให้มีลูกง่าย ซึ่งวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น เดินเร็ว ๆ ให้เหงื่อออก ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี กระดูกแน่น เป็นวิธีที่เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือจะออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ว่ายน้ำก็ได้ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แต่อาจจะไม่ค่อยช่วยทำ ให้กระดูกแน่น หรือจะยกน้ำหนักบ้างก็ได้ แต่อย่าหักโหมมากเกินไป
.
ทั้งนี้ ในกรณีออกกำลังกายหนักในช่วงที่เป็นวัยรุ่น จนระบบในร่างกายรวนมาก ๆ จะทำให้อนาคตมีลูกยากหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องดูเป็นราย ๆ ไป เพราะบางรายพอเลิกออกกำลังกายแบบหักโหมก็ทำให้สมดุลของร่างกายกลับมาเป็นปกติ แต่ในกรณีคนมีปัญหาความผิดปกติอยู่แล้ว เช่น รังไข่ผิดปกติ ไม่ตกไข่ รังไข่มีถุงน้ำเยอะ ๆ บางคนมีลักษณะเพศชายเยอะ ขนเยอะ หนวดขึ้นบ้าง ผิวคล้ำลง สิวขึ้นเยอะ น้ำหนักตัวเยอะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ทั้งสิ้นและเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้มีลูกยาก
♦️ 3. นอนดึก
นักวิจัยจากโรงพยาบาลไตรเซอร์วิส เจเนอรัลและศูนย์ป้องกันทางการแพทย์แห่งชาติไต้หวัน ในกรุงไทเป ได้ตรวจสอบข้อมูลสตรีในไต้หวัน 16,718 ราย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหากับการนอนหลับระหว่างปี พ.ศ.2543-2553 โดยเปรียบเทียบกับสตรี 33,436 ราย ที่ไม่มีปัญหากับการนอน พบว่าสตรีที่มีภาวะผิดปกติในการนอนหลับจะมีแนวโน้มมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง คอเลสเทอรอลสูง มีปัญหาที่ปอด ไต ไทรอยด์ ประจำเดือนมาผิดปกติ เกิดภาวะซึมเศร้าความวิตกกังวล นอก จากนี้ สตรีที่มีภาวะผิดปกติในการนอนหลับ นอกจากจะเสี่ยงหายใจไม่ออกและหยุดหายใจขณะนอนหลับแล้ว ยังมีโอกาสที่จะประสบภาวะมีบุตรยาก
ทั้งนี้ นักวิจัยเตือนว่าสตรีจะต้องใส่ใจกับพฤติกรรมในการนอนหลับของตนเอง เช่น คนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ควรหลีกเลี่ยงการทำงานกะกลางคืน หรือใช้โทรศัพท์มือถือก่อนนอน ควรบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน อีกทั้งควรลดการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป งดการสูบบุหรี่ รวมถึงการไม่ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
♦️ 4. อบซาวน่าช่วงไข่ตก
เนื่องจากช่วงเวลานี้ อาจมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นแล้ว พูดง่ายๆ ว่าช่วงเวลาไข่ตกสำหรับคู่ที่กำลังปั๊มลูก คือช่วงที่มีโอกาสที่จะติดลูกนั่นเอง ดังนั้นหากเป็นช่วงนี้ ผู้หญิงไม่ควรที่จะเข้าอบซาวน่าเนื่องจากว่าอาจจะเริ่มตั้งครรภ์แล้วนั่นเอง ซึ่งไม่ควรที่จะให้ความร้อนนั้นมาสัมผัสกับบริเวณหน้าท้อง เพราะอาจจะรบกวนหรือทำลายเซลล์บางส่วนของตัวอ่อนได้
 
♦️ 5. ใช้เจลหล่อลื่น
แม้ขณะนั้นฝ่ายหญิงอาจรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศมาก แต่น้ำหล่อลื่นของผู้หญิงบางคนก็อาจมีไม่มากพอที่จะทำให้กิจกรรมทางเพศดำเนินไปอย่างราบรื่นได้ ดังนั้นเจลหล่อลื่นอาจเป็นตัวช่วยเสริมสำหรับผู้หญิงในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาไม่มากพอหรือประสบปัญหาช่องคลอดแห้ง
.
แต่!! คุณรู้หรือไม่? ว่าการใช้เจลหล่อลื่นทั่วๆ ไปช่วย เวลามีเพศสัมพันธ์นั้นทำลายโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็เพราะเจลหล่อลื่นทั่วๆ ไป หรือวาสลีนนั้น ทำลายสเปิร์ม ถ้าคุณกำลังใช้มันอยู่ก็เท่ากับว่าคุณกำลังทำลายโอกาสในการตั้งครรภ์ของตัวเองไปกว่า 50% ทีเดียว
.
ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เจลช่วยหล่อลื่น อย่าใช้เจลหล่อลื่นทั่วๆ ไปขอให้ใช้เจลหล่อลื่น Pre-Seed ซึ่งเป็นเจลที่เป็นมิตรกับสเปิร์ม ไม่เป็นอันตราย แต่ช่วยให้การเคลื่อนไหวของสเปิร์มดีขึ้น หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ใช้ไข่ขาวแทน ใช่แล้ว!! ไข่ไก่ธรรมดานี่เอง ตอกใส่ชามแล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาวออกมา ใช้แทนเจลหล่อลื่นได้เลย และเป็นมิตรกับสเปิร์มอีกด้วย
♦️ 6. สวนล้างช่องคลอด
ไม่ควรสวนล้างในกรณีที่มีการติดเชื้อของช่องคลอดอยู่ เพราะจะนำเชื้อเข้าสู่ปากมดลูก เกิดการอักเสบของมดลูกและท่อนำไข่อย่างรุนแรงได้ และการสวนล้างอาจจะเกิดการถลอก หรือเกิดบาดแผลในช่องคลอดได้ สำหรับอุปกรณ์ การสวนล้าง น้ำ น้ำยา ตลอดจนนิ้วมือผู้สวนล้างต้องสะอาด อีกประการหนึ่งที่สำคัญต้องระวังอย่าใช้ น้ำร้อนเกินไปสวนล้างเพราะจะทำให้ผนังช่องคลอดได้รับอันตรายได้
โดยทั่วไปไม่ควรสวนล้างบ่อยๆ เกินวันละ 1ครั้ง การสวนล้างเพื่อให้ช่องคลอดมีอนามัยที่ดี ควรล้างแค่น้ำเปล่าเท่านั้น หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในสภาพเป็นกรด เพื่อลดการติดเชื้อโรคต่างๆ เช่น กรดแลคติค หรือน้ำส้มสายชู
♦️ 7. ดื่มชากาแฟ ที่มีคาเฟอีน
การที่ร่างกายได้รับกาเฟอีนประมาณ 300 มิลลิกรัม/วัน หรือเทียบเท่ากับกาแฟชงเอง 3 ถ้วย จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีลูกได้ยากขึ้น โดยส่งผลให้โอกาสการมีลูกลดลงถึง 26% เลยทีเดียว
♦️ 8. สัมผัสสารเคมี
ทั้งสารเคมีจากเครื่องสำอาง จากสิ่งแวดล้อม หรือการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี สารโลหะหนักอย่างตะกั่วที่สะสมในร่างกายย่อมส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้เซลล์สืบพันธุ์ทำงานผิดปกติ
.
พฤติกรรมเหล่านี้ถ้าทำบ่อยและทำหลายๆ เรื่องปนกันย่อมส่งผลให้มีลูกยากได้ ดังนั้น ถ้าอยากมีลูกควรเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายแต่เนิ่นๆ เพราะนอกจากจะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์แล้วยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือความผิดปกติทั้งกับคุณแม่และลูกในท้องได้อีกด้วย
คนวางแผนท้องควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง และยารักษาสิว ที่มีสารที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวอ่อน เช่น พวกกรดวิตามินเอ Salicylic Acid และ Benzoyl Peroxide รวมถึง
AHA BHA และสารต้องห้าม เช่น ปรอท ไฮโดรควิโนน ที่ทำให้ผิวขาว
.
cr. theasianparent
posttoday
thairath
weneedbaby
bangkokhealth
dailynews
pobpad
#ครูก้อย – #BabyandMom.co.th –

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *