7 ข้อต้องรู้ก่อนทำ IUI

📣7 ข้อต้องรู้ก่อนทำ IUI

🆔ปรึกษาปัญหามีบุตรยาก ที่ Line Official คลิกลิ้งค์นี้เลย👉 https://lin.ee/fBa4xkz

👩👦คู่สมรสที่กำลังพยามปั๊มเบบี๋แต่เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่มาซักที กำลังมองหาวิธีการทางการแพทย์เพื่อช่วยเรื่องการมีบุตรยากอยู่ใช่มั้ยล่ะคะ

Intra Uterine Insemination (IUI) หรือ การฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูกเป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก วันนี้ครูก้อยจะพาไปศึกษาเกี่ยวกับ IUI ที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเข้ากระบวนการนี้ ทั้งนี้เพื่อจะได้ประเมินตนเองและบำรุงให้พร้อม จะได้ไม่เสียเงิน ไม่เสียเวลา เราไปดู 7 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนทำ IUI กันค่ะ

🔴1. IUI คือการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ

IUI ไม่ใช่การปฏิสนธิภายนอก หรือ การทำเด็กหลอดแก้ว IUI เป็นเพียงการย่นระยะเวลาให้อสุจิเจอกับไข่เร็วขึ้น ง่าย และตรงจุดขึ้น โดยการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกเลย แล้วเจ้าอสุจิก็ต้องออกแรงหลังจากนั้นในการเข้าเจาะไข่ แล้วปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในโพรงมดลูกและตั้งครรภ์ต่อไป

ดังนั้นอัตราความสำเร็จจากการทำ IUI ไม่ได้สูงกว่าการตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติมากนัก

🔴2. IUI ต้องการไข่ที่สมบูรณ์จากฝ่ายหญิง

ฝ่ายหญิงที่ท้องยากอาจมาจากไข่ไม่เจริญเติบโต และไม่ตกตามรอบเดือน IUI จึงอาจเป็นคำตอบที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เพราะการทำ IUI จะต้องมีการฉีดกระตุ้นไข่ของฝ่ายหญิงให้เจริญเติบโตและตกตามรอบเดือน จากนั้นเมื่อกระตุ้นให้ไข่ตกแล้ว ก็จะฉีดน้ำเชื้อเข้าไปผสม จึงเป็นการเพิ่มโอกาสปฏิสนธิได้

อย่างไรก็ตามฝ่ายหญิงต้องมีไข่ที่มีคุณภาพด้วย การทำ IUI ไม่ได้หมายถึงการทำให้ไข่มีคุณภาพ การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก ไข่ที่ตกมา ไม่ได้หมายความว่าคือไข่ที่สมบูรณ์พร้อมปฏิสนธิเสมอไป ดังนั้นการเตรียมตัวบำรุงไข่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ช่วยทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์ขึ้นได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิและตั้งครรภ์ต่อไป

🔴3. IUI ต้องการอสุจิที่แข็งแรงจากฝ่ายชาย

ปัญหาการมีบุตรยากจากฝ่ายชาย เช่น เชื้อไม่ว่าย หรือมีจำนวนตัวอสุจิน้อย อาจแก้ปัญหาได้ด้วยการทำ IUI เพราะ IUI จะต้องมีการเก็บเชื้ออสุจิของฝ่ายชายออกมาภายนอก แล้วนำมาทำการแยกเอาอสุจิที่มีคุณภาพฉีดกลับเข้าไป

แต่การแยกเชื้ออสุจินี้เป็นการแยกในเบื้องต้น ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเหมือนการทำ ICSI หรือเด็กหลอดแก้ว IUI อาจแยกเพียงแค่เชื้อตัวที่ตายกับเชื้อที่ยังมีชีวิตออกจากกัน แต่เชื้อที่มีชีวิต ยังว่ายได้นั้นอาจเป็นตัวที่รูปร่างผิดปกติ หรือ DNA แตกหัก หรือ มีโครโมโซมผิดปกติ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ด้วยการทำ IUI เมื่อฉีดเข้าไปเชื้อก็ต้องว่ายไปเจาะไข่เองตามธรรมชาติ จะเจาะได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสเปิร์ม

ดังนั้น IUI จึงต้องการอสุจิที่มีคุณภาพ คุณผู้ชายจึงต้องดูแลร่างกายก่อนเก็บเชื้อ งดดื่ม งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะช่วยทำให้สเปิร์มแข็งแรงได้ ทั้งนี้ IUI เหมาะกับผู้ที่สเปิร์มมีปัญหาไม่มากนัก หากเป็นหมัน หรือไม่หลั่ง หรือเชื้อไม่ว่ายเลย กรณีแบบนี้ทำ IUI ไปก็อาจไม่สำเร็จ อาจต้องใช้วิธี ICSI ค่ะ

🔴4. IUI ต้องการมดลูกที่พร้อมในการฝังตัว

อย่างที่กล่าวข้างต้น IUI คือการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ดังนั้นตัวอ่อนต้องมาฝังตัวที่โพรงมดลูก หากมดลูกไม่แข็งแรง ไม่สามารถโอบอุ้มตัวอ่อนได้ การตั้งครรภ์ก็ไม่เกิดขึ้น

ในการทำ IUI นั้น รอบที่ฉีดเชื้อจะมีการอัลตราซาวด์ติดตามความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย หากพบความหนาไม่เหมาะสม ก็จะช่วยแก้ไขให้ดีขึ้น โดยแพทย์อาจให้ฮอร์โมนเสริม จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จสูงขึ้นได้

อย่างไรก็ตามแม่ๆ ต้องบำรุง เตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรงด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน เน้นอาหารฤทธิ์อุ่นที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดี ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นค่ะ

🔴5.ข้อจำกัดในการทำ IUI ของฝ่ายหญิง

การฉีดเชื้อต้องฉีดผ่านเข้าไปที่ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นเหมือนสะพานที่ไข่กับอสุจิมาเจอกัน ดังนั้นหากฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง ก็ไม่สามารถทำ IUI ได้ค่ะ แต่ก็ยังสามารถใช้วิธีการปฏิสนธิภายนอก หรือ การทำเด็กหลอดแก้วได้

หรือหากฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องมดลูกไม่แข็งแรง ผนังมดลูกบางมาก ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้
การทำ IUI อาจไม่ประสบความสำเร็จค่ะ กรณีนี้อาจต้องใช้วิธีการอุ้มบุญ

🔴6.ข้อจำกัดในการทำ IUI ของฝ่ายชาย

หากฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องการหลั่ง ไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ หรือ ไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อที่หลั่งออกมา (เป็นหมัน) ก็ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้เพราะไม่มีน้ำเชื้อ หรือ ถ้ามี แต่ฉีดเข้าไปไม่มีตัวอสุจิเลยก็ไม่ท้องค่ะ

ซึ่งปัญหานี้อาจแก้ไขด้วยวิธีการกรีดอัณฑะแล้วเก็บอสุจิออกมาโดยตรง (TESE) จากนั้นนำไปเข้ากระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ต่อไป

🔴7.อายุมากกว่า 35 IUI อาจไม่ใช่คำตอบ

อายุมากขึ้น ส่งผลต่อเซลล์ไข่และสเปิร์มที่ด้อยคุณภาพ ดังนั้นหากอายุมากและมีปัญหาเรื่องคุณภาพของเซลล์ไข่และสเปิร์มในระดับรุนแรง IUI อาจไม่ใช่คำตอบ ทั้งนี้ต้องจูงมือกันไปตรวจเช็คร่างกายและปรึกษาแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยและแนะนำวิธีการในการรักษาผู้มีบุตรยากให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคู่ต่อไปค่ะ

💟อย่าลืมนะคะ การบำรุงเตรียมตัวล่วงหน้า บำรุงไข่ บำรุงสเปิร์มไปก่อนกระตุ้นไข่และเก็บเชื้อสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นได้ ศึกษาวิธีการบำรุงตามนี้ บำรุงดี มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นค่ะ ครูก้อยขอให้ทุกคู่สมหวังนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *